วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วันตรุษจีน วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน


    ตรุษจีน (จีนตัวเต็ม: 春節; จีนตัวย่อ: ; พินอิน: Chūnjíe ชุนเจี๋ย) เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน เพราะว่าชาวจีนถือเอา วันตรุษจีน คือวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน เช่นเดียวกับวันสงกรานต์คือวันปีใหม่ของคนไทย ดังนั้นชาวจีนจึงให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้มาก มีการเฉลิมฉลองกันทั่วโลก 
    ตรุษจีน ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า"เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ"เพราะเป็นการย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศเหมาะสมแก่การเพาะปลูก ชาวจีนจึงสามารถทำนา ทำสวน ได้อีกครั้งหลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวมานั่นเอง วันตรุษจีนเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 เดือน 1 (จีน: 正月, พินอิน: Zhēngyuè) ในปฏิทินจีนโบราณและสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ด้วยเทศกาลโคมไฟ คืนก่อนตรุษจีนเป็นวันที่ครอบครัวชาวจีนมารวมญาติกันเพื่อรับประทานอาหารเย็นเป็นประจำทุกปี ซึ่งเรียกว่า ฉูซี่ (จีน: 除夕, พินอิน:Chúxī) หรือ "การผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน" เนื่องจากปฏิทินจีนเป็นแบบจันทรคติ ตรุษจีนจึงมักเรียกว่า "วันขึ้นปีใหม่จันทรคติ"
จุดกำเนิดของ วันตรุษจีน นั้น เชื่อกันว่าเป็นประเพณีที่มีมานานนับพันๆปีแล้ว จัดขึ้นเพื่อฉลองการขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ จนต่อมา วันตรุษจีนจึงกลายเป็นงานเฉลิมฉลองที่ยาวที่สุดและสำคัญที่สุดในปฏิทินจีน ในหลายประเทศและดินแดนที่มีประชากรจีนอาศัยอยู่ อย่างเช่น จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ไทย รวมทั้งชุมชนชาวจีนที่อื่น ตรุษจีนถูกมองว่าเป็นวันหยุดสำคัญสำหรับชาวจีนและได้มีอิทธิพลต่อการเฉลิมฉลองการขึ้นปีใหม่จันทรคติของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรวมทั้งเกาหลี ภูฎาน และเวียตนาม
ในประเทศจีน ธรรมเนียมและประเพณีท้องถิ่นเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนั้นหลากหลายมาก โดยผู้คนจะเริ่มซื้อของขวัญ ข้าวของต่างๆ เพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือน และทำความสะอาดครั้งใหญ่ เพื่อปัดกวาดโชคร้ายหรือสิ่งที่ไม่ดีออกไป ด้วยหวังให้โชคดีเข้ามาภายในบ้าน มีการประดับประดาทั้งประตู และหน้าต่าง ด้วยกระดาษสีแดงที่มีคำอวยพรให้โชคดี อายุยืนยาว มั่งคั่งร่ำรวย อยู่ดีมีสุข ฯลฯ
ในคืนก่อนวันตรุษจีน อาหารค่ำจะเป็นการกินเลี้ยงกับครอบครัว ซึ่งเป็นอาหารที่ล้วนแต่มีความหมายเป็นมงคลทั้งสิ้น เช่น หมู หมายถึง ความมั่งคั่ง กินดีอยู่ดี ไก่ หมายถึง ความขยันขันแข็ง เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็ด หมายถึง ความสะอาด สิ่งบริสุทธิ์ ปลา หมายถึง ความสมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้  กุ้ง หมายถึงชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข ฯลฯ
เช้าวันรุ่งขึ้น เด็กจะทักทายบิดามารดาของตนโดยอวยพรพวกท่านให้มีสุขภาพดีและพูดสวัสดีปีใหม่ และได้รับเงินอั่งเปา หรือ “แต๊ะเอีย” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของ วันตรุษจีน โดยการให้อั่งเปานี้ พ่อแม่หรือผู้ใหญ่จะให้เงินเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง จากนั้นทุกคน ในครอบครัว จะออกจากบ้านเพื่อทักทายสวัสดีปีใหม่ในหมู่ญาติมิตร และเพื่อนบ้าน หรือไปเที่ยวทำบุญกัน
ประเพณีตรุษจีนนั้น ถือเป็นการสมานฉันท์สามัคคี ลืมความบาดหมาง และการส่งความปรารถนาดี พร้อมความสุขแก่ทุกคนอย่างจริงใจ

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

พระคาถาธารณปริตร : ป้องกันภัยพิบัติต่างๆ


พระคาถาธารณปริตร

         น้อมรำลึกถึงพระปัญญาธิคุณ พระเมตตาธิคุณ  พระมหากรุณาธิคุณ  แห่งสมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ โดยกล่าวคำนอบน้อมนมัสการ คือ

         นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

        ๑.พุทธานัง ชิวิตตัสสะ นะ สักกา เกนะจิ อันตะราโย กาตุง ตถา เม โหตุ
           อตีตัง เส พุทธัสสะ ภะคะวะโต อัปปฏิหะตะญาณัง อนาคตัง เส พุทธัสสะ 
           ภะคะวะโต อัปปฏิหะตะญาณัง ปัจจุปันนัง เส พุทธัสสะ ภะคะวะโต 
           อัปปฏิหะตะญาณัง
        ๒.อิเมหิ ตีหิ ธัมเมหิ สะมันนาคะตัสสะ พุทธัสสะ ภะคะวะโต
           สัพพัง กายะกัมมัง ญาณะปุพพังคะมัง ญาณานุปริวัตตัง 
           สัพพัง วจีกัมมัง ญาณะปุพพังคะมัง ญาณานุปริวัตตัง 
           สัพพัง มะโนกัมมัง ญาณะปุพพัง คะมัง ญาณานุปริวัตตัง
        ๓.อิเมหิ ฉะหิ ธัมเมหิ สะมันนาคะตัสสะ พุทธัสสะ ภะคะวะโต
           นัตถิ ฉันทัสสะ หานิ นัตถิ ธัมมะเทสนายะ หานิ นัตถิ วิริยัสสะ หานิ 
           นัตถิ วิปัสสะนายะ หานิ 
           นัตถิ สมาธิธัสสะ หานิ นัตถิ วิมุตติยา หานิ
        ๔.อิเมหิ ทะวาทะสะหิ ธัมเมหิ สะมันนาคะตัสสะ พุทธัสสะ ภะคะวะโต 
           นัตถิ ทะวา นัตถิ ระวา นัตถิ อัปผุฏฏัง นัตถิ เวคายิตัตตัง     
           นัตถิ พะยาวะฏะมะโน นัตถิ อัปปฏิสังขารุเปกขา
        ๕.อิเมหิ อัฏฐาระสะหิ ธัมเมหิ สะมันนาคะตัสสะ พุทธัสสะ ภะคะวะโต 
           นะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธัง นัตถิ ตะถาคะตัสสะ กายะทุจริตตัง 
           นัตถิ ตะถาคะตัสสะ วจีทุจริตตัง 
           นัตถิ ตะถาคะตัสสะ มโนทุจริตตัง 
           นัตถิ อตีตัง เส พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปะฏิหะตะญาณัง 
           นัตถิ อนาคตัง เส พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปะฏิหะตะญาณัง 
           นัตถิ ปัจจุปันนัง เส พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปะฏิหะตะญาณัง
           นัตถิ สัพพัง กายะกัมมัง ญาณานุปุพพัง คะมัง ญาณัง นานุปริวัตตัง
           นัตถิ สัพพัง วจีกัมมัง ญาณานุปุพพัง คะมัง ญาณัง นานุปริวัตตัง
           นัตถิ สัพพัง มะโนกัมมัง ญาณานุปุพพัง คะมัง ญาณัง นานุปริวัตตัง
           อิมัง ธาระณัง อะมิตัง อะสะมัง สัพพะสัตตานัง ตาณังเลณัง สังสาระ 
           ภะยะภีตานัง อัคคัง มหาเตชัง
        ๖.อิมัง อานันทะ ธาระณะปริตตัง ธาเรหิ วาเรหิ ปริปุจฉาหิ
           ตัสสะ กาเย วิสัง นะ กะเมยยะ อุทะเกนะ ลัคเคยยะ อัคคีนะ ทะเหยยะ 
           นานาภะยะวิโก นะ เอกาหาระโกนะ ทะวิหาระโก นะ ติหาระโก นะ จะตุหาระโก 
           นะ อุมมัตตะกัง นะ มุฬะหะกัง มนุสเสสิ อะมนุสเสหิ นะ หิงสะกา
        ๗.ตัง ธาระณัง ปริตตัง ยถา กะตะเม ชาโล มหาชาโล ชาลิตเต มหาชาลิตเต 
           ปุคเค มหาปุคเค สัมปัตเต มหาสัมปัตเต ภูตัง คะมะหิ ตะมัง คะลัง
        ๘.อิมัง โข ปะนานันทะ ธาระณะปริตตัง สัตตัง สะเตหิ สัมมาสัมพุทธโกฏีหิ 
           ภาสิตัง วัตเต อะวัตเต คันธะเว อะคันธะเว โนเม อะโนเม เสเว อะเสเว 
           กาเย อะกาเย ธาระเณ อะธาระเณอิลลิ มิลลิ ติลลิ มิลลิ โยรุกเข 
           มหาโยรุกเข ภูตัง คะมะหิ ตะมัง คะลัง
        ๙.อิมัง โข ปะนานันทะ ธาระณะปริตตัง นะวะ นะ วุฒิยา สัมมาสัมพุทธโกฏีหิ 
           ภาสิตัง ทิฏฐิลา ทัณทิลา มันติลา โรคิลา ชะระลา ทุพพิลา 
           เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา.

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ไหว้พระที่พม่า กับมหาโค้ก ภาค ๓

        "มิงกะลาบา" เจอกันอีกแล้วครับ ในการไปไหว้พระที่พม่า กับมหาโค้ก ภาคที่๓ สำหรับเรื่องราวในภาคนี้คงจะจบได้อย่างสมบูรณ์ เพราะครบไตรภาคพอดี ไม่ต้องเยิ่นเย้อให้เสียเวลาการไปเที่ยวและไหว้พระ ติดตามต่อได้เลยครับ

         "พระสมปรารถนา" ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเจดีย์กลางน้ำหรือเยเลพญา ในภาษาพม่า ว่ากันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก ตั้งแต่ครั้งอาณาจักรมอญรุ่งเรืองเลยทีเดียว อยู่ที่เมืองสิเรียม


          "เยเลพญา"เป็นชื่อของเจดีย์ที่สร้างอยู่บนเกาะเล็กๆกลางแม่น้ำ สมัยที่อาณาจักรมอญยังครอบครองเมืองสิเรียมเมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้ว เป็นความมหัศจรรย์ของศาสนสถานแห่งนี้ที่ไม่มีวันเต็มล้นไม่ว่าจะมีคนไปทำบุญกันมากมายสักเพียงใด และเมื่อเกิดน้ำท่วมก็จะไม่ท่วมองค์เจดีย์ สมดังคำอธิษฐานของคหบดีผู้ใจบุญที่สร้างเจดีย์ด้วยแรงศรัทธาในพุทธศาสนา



           "พระธาตุอินทร์แขวน" หรือ"ไจ้ก์ทิโย" ในภาษาพม่า เป็นศาสนสถานสำคัญที่เป็นอีก 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวพุทธพม่าและมอญ ตามคติความเชื่อล้านนาโบราณเชื่อว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ของผู้ที่เกิดปีจอ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 1,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อยู่ในเขตรัฐมอญ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่สีแดง เมื่อ 10 กว่าปีก่อน



            ด้วยความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติและพลังแห่งศรัทธา ได้นำพาชาวพุทธทั้งหลายขึ้นไปกราบไหว้บูชาองค์พระธาตุที่หลายคนเชื่อว่าพระอินทร์เอาก้อนหินใหญ่รูปหัวฤาษีนี้มาแขวนเอาไว้

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

ไหว้พระที่พม่า กับมหาโค้ก ภาค ๒

     "มิงกะลาบา" ขอกล่าวสวัสดีแบบพม่าอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอพาท่านไปไหว้พระที่พม่า กับมหาโค้ก ภาคที่ ๒ กันต่อเลยนะครับ
         นี่คือพระพุทธรูปทองคำ ซึ่งเคยประดิษฐานอยู่ภายในพระราชวังเมืองมัณฑเลย์ เมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ได้ถูกขนย้ายไปที่พิพิธภัณฑ์โกลกัตต้า ประเทศอินเดีย จึงทำให้รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากพม่าเป็นเอกราช ได้ขออังกฤษ นำกลับคืนมาประดิษฐานที่เจดีย์โบตะทาวน์


        เจดีย์โบตะทาวน์นี้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำย่างกุ้ง ทางทิศใต้ของเมือง เป็นศาสนสถานสำคัญที่มีอายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี เพราะเป็นที่ต้อนรับพระบรมสารีริกธาตุ 8 เส้นที่เดินทางมาทางเรือจากอินเดียโดยมีแม่ทัพนายกองตั้งแถวต้อนรับถึง 1,000 นาย จึงเป็นที่มาของชื่อเจดีย์ ที่แปลว่า แม่ทัพ 1,000 นาย

พระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า 1 เส้น ประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระเจดีย์

           ศาลโบโบยีนัต หรือคนไทยเรียกว่า "เทพทันใจ" ด้วยคำร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าขอพรใดๆจะสมปรารถนาในเร็ววัน จึงมีทั้งชาวพม่าและคนไทยไปไหว้ขอพรด้วยการถวายเงินและชุดบูชาที่มีกล้วยมะพร้าว ดอกไม้ ผ้าห้อยคอ ฯลฯ กันอย่างมากมาย ตั้งอยู่ริมน้ำภายในบริเวณเจดีย์

             "เทพกระซิบ" เป็นอีกที่หนึ่งที่คนไทยนิยมไปถวายสิ่งของ ทั้งขนม นม ผลไม้ และดอกไม้ พร้อมกับขอพรด้วยการกระซิบ เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน ตั้งอยู่ฝั่งถนนตรงข้าม ด้านหน้าเจดีย์

             "พระนอนตาหวาน" เป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเรียกกัน ด้วยพุทธลักษณะที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงาม ขนตายาวงอน ขอบตาทาสีฟ้าและแต่งแต้มปากด้วยสีแดงสดใส มีความสูง 18 เมตร ยาว 66 เมตร มีอายุประมาณ 105 ปี

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

ไหว้พระที่พม่า กับมหาโค้ก ภาค๑

       " มิงกะลาบา "... ขอทักทายเป็นภาษาพม่ากันเลยนะครับ ซึ่งมีความหมายว่า " สวัสดี "
        หลังจากได้แนะนำเรื่อง"ขอวีซ่าพม่าไม่ยากอย่างที่คิด" ไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงโอกาสที่จะได้ไปสัมผัสดินแดนเจดีย์ทอง หรือพุกามประเทศกันเสียที
        เมื่อได้รับวีซ่าท่องเที่ยวเรียบร้อยกันทุกคน  ตั๋วเครื่องบินพร้อมและโปรแกรมเดินทางไปพม่าครั้งนี้ก็พร้อม ซึ่งเรากำหนดไว้ 4 วัน เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นการไปไหว้พระ เป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นดินแดนที่เปี่ยมล้นด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวมอญและพม่า โดยเฉพาะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 5 แห่งที่ได้แนะนำไปแล้วในเรื่อง"ไหว้พระ 5 มหาบูชาสถาน" แต่ถึงแม้ว่าคราวนี้จะได้ไปไหว้แค่ 3 มหาบูชาสถาน ก็ตามแต่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดแห่งการได้ไปเยือนพม่าหรือเมียนมาร์ เลยทีเดียว
         เรื่องราวที่จะนำมาแบ่งปันนั้นก็จะเน้นที่รูปภาพ พร้อมเกร็ดหรือประวัติโดยสังเขป ถือว่าไปเที่ยวแบบสบายๆ เป็นกันเอง ชมภาพสวยๆแปลกตาหลายบรรยากาศกันแบบเพลินๆ ตามผมไปไหว้พระที่พม่ากันได้เลยครับ

          สนามบินมิงกะลาดง คือชื่อของสนามบินย่างกุ้ง ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนซึ่งดูโอ่โถงทันสมัยพอสมควร ถึงจะไม่ใหญ่โตแต่ก็ดูกว้างขวางและสะอาดสะอ้านพอเป็นหน้าเป็นตาได้ระดับหนึ่ง สำหรับด่านแรกที่เข้ามาถึงประเทศพม่า

       หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (อย่างฉลุย..เพราะมีวีซ่าเรียบร้อย)และศุลกากรที่แค่เอากระเป๋าผ่านเครื่องเอ็กซเรย์แล้วก็ออกมาขึ้นรถบัสปรับอากาศ สภาพใหม่แอร์เย็น ไปเที่ยวกันเลยครับ

          "ยินดีต้อนรับ" สู่สหภาพเมียนม่าร์ ด้วยพระพักตร์พระพุทธรูปหยกขาว ศิลปะพม่า ที่งดงาม

          พระพุทธรูปส่วนมากทำด้วยหยกขาวหรือหินอ่อนสีขาว ปิดทองได้อร่ามสุกปลั่ง น่าเลื่อมใส


         วัดพระเขี้ยวแก้ว เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วจำลอง ที่ได้อัญเชิญพระเขี้ยวแก้วองค์จริงจากประเทศจีน มาประกอบพิธีปลุกเสกให้เป็นองค์แทนใว้ให้ชาวพม่าได้กราบไหว้บูชา สาธุ..




วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สมองเสื่อม



        
     สมองเสื่อม คือ สภาวะของสมองที่เสื่อมถอยในหน้าที่การรับรู้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องความจําเพียงอย่างเดียวยังรวมถึงความคิด การตัดสินใจ และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มากบ้างน้อยบ้าง จนเมื่อมีอาการมากขึ้นจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้ สมองเสื่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับคนทุกอายุ เพราะสมองเสื่อมเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ปรกติจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุแล้วจะเป็นโรคสมองเสื่อมเสมอไป
      จากงานวิจัยในประเทศไทย พบว่าวันข้างหน้าอีกประมาณ 4-5 ปี จะมีผู้ป่วยสูงอายุเป็นโรคสมองเสื่อมมากถึง 9 ล้านคน เมื่อเราทราบอย่างนี้แล้ว ก็มาหาทางบำรุงสมองกันดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้สมองเสื่อมก่อนวัยอันควร ซึ่งเมื่อเป็นแล้วจะเป็นภาระกับคนในครอบครัวอย่างมาก ที่จะต้องมาคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา
       สาเหตุอาจเกิดมาจากเลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง เพราะกินอาหารผัดน้ำมันเป็นประจำติดต่อกันหลายปี น้ำมันจะเกาะผนังลำไส้ ทำให้ดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปเลี้ยงสมองไม่ได้
       วิธีดูแลสมอง เช่น
       1. พยายามขับถ่ายระหว่างเวลา 05.00-07.00 น.
       2. กินอาหารเช้าระหว่างเวลา 07.00-09.00 น.เพื่อให้เลือดรับสารอาหารไปเลี้ยง
          สมองและกินโยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว ระหว่างเวลา13.00-15.00 น.
          เพื่อล้างลำไส้เล็กและเปลี่ยนขยะในลำไส้ให้เป็นวิตามิน B12 ส่งไปบำรุิงสมอง
       3. ล้างระบบดูดซึมด้วยสูตรมะละกอดิบต้มน้ำ แล้วชงชาดื่ม
       4. ใช้กระเจี๊ยบแดงแห้งหรือสด ต้มกับพุทราจีนแห้ง ใช้ดื่มน้ำเพื่อล้างไขมันในเลือด
          เป็นประจำ
       5. กินน้ำกระชาย แล้วกินน้ำใบบัวบกตาม จะส่งบำรุงสมองได้โดยตรง และผลไม้
          ชื่อลูกไข่เน่าเป็นผลไม้ที่บำรุงสมองได้ดีมาก หรือคึ่นฉ่าย ,เม็ดบัว , แปะก้วย
       6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

        วิธีกดนิ้วเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมอง ป้องกันสมองเสื่อม


        นอกจากการกดนิ้วเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองแล้ว ควรฝึกการหายใจเข้าอย่างช้าๆให้พุงป่องออก แล้วหายใจออกให้พุงยุบลง (หายใจลึกๆ) เพื่อเป็นการไปกระตุ้นเซลล์สมองที่คุมโปรแกรมความจำดีงามในอดีตหรือปัจจุบัน และเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้ปอดกับสมอง
        ในทางตรงกันข้าม ถ้าหายใจถี่ๆตื้นๆเร็วๆ จะเป็นการกระตุ้นเซลล์สมองกลุ่มที่บันทึกเรื่องไม่ดีเอาไว้ ให้ออกมาใช้งาน จึงควรฝึกหายใจช้าๆ เพื่อกระตุ้นเซลล์สมองกลุ่มที่บันทึกเรื่องดีๆ ออกมาใช้งาน เป็นวิธีป้องกันสมองเสื่อมได้อีกวิธีหนึ่ง

อาหารบํารุงสมอง
        การเลือกกินอาหารที่มีสารบํารุงสมองอย่างเหมาะสม ทําให้สุขภาพของสมอง
แข็งแรงสามารถทํางานตามหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งสารอาหารที่บํารุงสมอง
มีหลายชนิดด้วยกัน ได้แก่
1. คารโบไฮเดรต  : ธัญพืชหรือถั่ว
2. กรดโฟลิก : ผักใบเขียวทุกชนิด แครอท แคนตาลูป ฟักทอง อะโวคาโด ธัญพืช
    และถั่วต่างๆ่ ตับ ไข่แดง ข้าวซ้อมมือ น้ำส้ม มะนาว สตรอเบอร์รี กล้วยน้ำว้า
3. กรดอะมิโน : ถั่วเหลือง ชีส อัลมอนด์ ถั่วลิสง งา เมล็ดฟักทอง  นม หอย กุ้ง
4. วิตามินB,C,E : ธัญพืชและถั่ว เนื้อสัตว์ต่างๆ ผักสีเขียว นม กล้วย ไข่ ผลไม้รสเปรี้ยว 
5. แร่ธาตุแมกนีเซียม โพแทสเซียม สังกะสีไอโอดีน : ธัญพืชและถั่วต่างๆ่ ผักใบเขียว  
    เมล็ดฟักทอง กล้วย ส้ม องุ่น ลูกพรุน เนื้อสัตว์ และอาหารทะเลต่างๆ่ นม โยเกิร์ต
6. โอเมก้า-3 : ปลาทะเลน้ำลึก ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ที่มี EPA และ DHA
7. เลซิทิน : ไข่แดง  ตับ ถั่วเหลือง

สรุปได้ว่า เราสามารถดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคสมองเสื่อมได้ด้วยการทํากิจกรรมที่ช่วยบริหารสมองให้เกิดความแข็งแรง พร้อมทั้งดื่มน้ำสะอาดและกินอาหารให้ครบ 5 หมู่

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ไม่ขับถ่ายตอนเช้า...จะเกิดอะไรขึ้น


      ในช่วงเวลา 05.00 น.-07.00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่ การขับถ่ายตอนเช้าจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้ายังไม่ยอมขับถ่ายแล้วปล่อยเวลาเลยมาถึง 07.00-09.00 น. ซึ่งเป็นเวลาของกระเพาะอาหาร แล้วไม่ยอมกินข้าวเช้าอีก อุจจาระจากลำไส้ใหญ่ที่ไม่ขับถ่ายออกก็จะถูกดูดซึมซ้ำอีกครั้ง ในอุจจาระเก่ามีแก๊สที่เสียแล้วเกิดจากการบูดเน่าโดยอุณหภูมิของร่างกายซึ่งมีความร้อน 37 องศา ตลอดเวลา  เพราะฉะนั้นแก๊สพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาด ถ้าเลือดที่ไม่สะอาดไหลไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย ไหลผ่านสมอง หัวใจ ปอด ตับ ผิวหนัง ก็จะได้รับพิษจากแก๊สพิษด้วย ทำให้
   - ก่อนเที่ยงถึงบ่าย จะรู้สึกง่วงนอนเพราะเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงหัวใจ หัวใจก็จะอ่อนล้า ไม่สดชื่น
   - มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก เนื่องจากเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับของเสียออกทางผิวหนังและลมหายใจ ตัวเองไม่ค่อยได้กลิ่น แต่คนอื่นได้กลิ่น
   - ถ้าปล่อยไว้ไม่ขับถ่ายในช่วงเวลา 05.00 น.-07.00น. นานๆเข้าเป็นระยะเวลาหลายๆปี จะทำให้เลือดที่ไม่สะอาดไปเลี้ยงสมอง และไม่ได้กินอาหารมื้อเช้าในช่วงเวลา 07.00 น.-09.00 น. สมองก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เมื่อแก่ตัวไปความจำจะเสื่อมเร็ว
   - เมื่ออายุมากขึ้นจะมีอาการปวดเข่า  เป็นริดสีดวงทวาร
วิธีแก้
   - พยายามขับถ่ายระหว่างเวลา 05.00 น.-07.00 น. ถ้าไม่ขับถ่ายควรกินขมิ้นชันช่วงเวลานี้เพื่อบริหารลำไส้ใหญ่ให้ทำงาน
  - ควรกินข้าวเช้าทุกวันระหว่างเวลา 07.00 น.-09.00 น.                            

อาหารที่ช่วยในการขับถ่าย                                                        
    ท้องอืด ท้องผูก โรคคุ้นเคยที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากจะให้มาใกล้ชิด เพราะรู้ว่า ถ้าปล่อยไว้อาจจะเป็นช่องทางในการของการเกิดริดสีดวงทวาร ที่อาจลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่สู่มะเร็งลำไส้ หรือติดเชื้อในลำไส้ก็เป็นได้ หนทางที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้โรคอันไม่พึงประสงค์เหล่านี้มากล้ำกรายนั้นอยู่ที่การทำให้ระบบขับถ่ายนั้นปกติที่สุด หรือพูดง่าย ๆ ว่า การขับถ่ายเป็นประจำ แต่การที่จะทำให้ได้อย่างที่ว่านี้ ปัจจุบันหลักนั้นอยู่ที่การเลือกอาหารที่บริโภคเข้าไป 
    ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ แอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่ ส้ม แครอท มะเขือเทศ ผักใบเขียว ธัญพืช หรือขนมปังโฮลวีต เหล่านี้ คืออาหารที่จะช่วยให้ขับถ่ายได้ดี นั่นเป็นเพราะอาหารเหล่านี้มีเส้นใยอาหารสูงที่จะช่วยระบบขับ ถ่ายให้ทำงานเป็นปกติ 
     ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ จะมีเส้นใยอาหารอยู่มาก จะช่วยอุ้มน้ำ ทำให้อาหารเดินทางได้รวดเร็ว และทำให้อึมีน้ำหนักมากขึ้น เป็นที่มาของการขับถ่ายที่ดี เช่นเดียวกับ แอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่ หรือผลไม้ต่าง ๆ ก็จะมีเซลลูโลส ทำให้อึกากอาหารพองตัว 
     เพชรดาว ทัศนศร นักโภชนาการ โรงพยาบาลเวชธานี ขยายความเข้าใจไว้ว่า อาหารที่ช่วยในการขับถ่ายนั้นเป็นอาหารที่มีเส้นใยหรือที่เรียกว่า ไฟเบอร์ ที่แบ่งได้เป็น เส้นใยที่ละลายในน้ำ ที่มักจะพบในผลไม้ต่าง ๆ และเส้นใยที่ไม่ละลายในน้ำ จำพวกนี้ถือได้ว่า เป็นยาระบายอย่างดีเพราะจะสามารถดูดซับน้ำและเร่งให้ผนังลำไส้บีบคลายตัว ช่วยให้กากอาหารเคลื่อนที่ ทั้งยังช่วยให้กากอาหารนั้นอ่อนนุ่ม หมดปัญหาที่จะเป็นริดสีดวงทวารหนัก ประเภทนี้มักจะเจอในผักและธัญพืช
    ส่วนปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทานนั้น แบ่งง่าย ๆ คือ ควรกินผักสุก 1 ทัพพี ผลไม้ประมาณ 8-10 ชิ้น หรือส้ม 1 ลูกก็พอแล้ว
    เลือกอาหารได้เหมาะแล้วอย่าลืมที่จะดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ  8-10 แก้ว ด้วยก็จะยิ่งช่วยให้การขับถ่าย...ได้อย่างมีคุณภาพ

ที่มา : กินเป็นลืมป่วย , เคล็ดวิธี...กินอย่างไร? ไร้โรคภัย