คนดี เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่าของสังคม ดังนั้น ทุกคนจึงอยากเป็นคนดี มีเยาวชนของชาติจำนวนมาก อยากจะทำความดี แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำความดีอย่างไร จะรอให้คนทำของตกแล้วเก็บเอาไปคืนเจ้าของ รึก็นานๆจะมีสักรายหนึ่ง
ใครๆก็อยากจะเป็นคนดีด้วยกันทั้งนั้น เพราะเมื่อเป็นคนดีแล้ว ก็จะได้ผลตอบแทน เช่น
1. อยากจะอยู่ที่ไหน ก็อยู่ได้สบาย เพราะมีคนอยากให้อยู่
2. อยากจะไปไหน ก็ไปได้สะดวก เพราะมีคนอยากให้ไป
3. อยากจะทำอะไร ก็ทำสำเร็จ เพราะมีคนอยากช่วยเหลือ
แต่ก็มีเพียงบางคนเท่านั้นที่เป็นคนดีได้ เยาวชนส่วนใหญ่ถึงแม้อยากจะเป็นคนดี สักเท่าใดก็เป็นไม่ได้เพราะเหตุว่ามีการเริ่มต้นที่ไม่ถูกและไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้นของการเป็นคนดีควรเริ่มต้นที่ตรงไหน
การจะเป็นคนดีได้สำเร็จ จะต้องเริ่มต้นที่การเป็น"ลูกดี" ถ้าเป็นลูกที่ดีได้ก็เป็นคนดีสำเร็จ ถ้าเป็น
ลูกดีไม่ได้ ก็เป็นคนดีไม่สำเร็จ
ฉะนั้น คนจะดีจึงต้องเริ่มต้นที่การเป็นลูกดี คุณสมบัติของลูกดี มี 2 ประการ คือ
1. เห็นคุณค่าและความสำคัญของพ่อแม่
2. ปฏิบัติตอบ ต่อพ่อแม่ด้วยความกตัญญูกตเวที
ลูกทุกคนโปรดทราบเถิดว่า ไม่มีใครในโลกนี้ จะมีคุณค่าต่อเราเท่าพ่อและแม่ เพราะท่านให้สิ่งที่คนทั้งหลายให้แก่เราไม่ได้ คือ
1. ให้ความมีชีวิตแก่เรา
2. ให้ความเมตตากรุณาอย่างสุดซึ้ง ไม่มีวันสิ้นสุด ในยามที่เราผิดหวังหรือมีทุกข์
3. ให้ความยินดีจากใจจริง เมื่อคราวที่เราได้ดีมีสุข
4. ให้ความรักจริง จริงใจแก่ลูกๆทุกคน
จริงอยู่คนรักเรามีมากมาย แต่ความรักของคนทั้งหลายเหล่านั้น รักเพราะเขาต้องการสิ่งตอบแทนจากเรา ถ้าเขาต้องการจากเรามาก เขาก็รักเรามาก ถ้าเขาต้องการจากเราน้อย ก็รักเราน้อย ถ้าเขาหมดความต้องการ เขาก็หมดรักเรา ความรักจากคนอื่นจึงมีได้ หมดได้ มากหรือน้อย ตามกำลังแห่งความต้องการของเขา
แต่...ความรักของพ่อแม่เป็นรักแท้ ไม่ได้รักเพราะต้องการสิ่งใดจากเรา ท่านรักเรา เพื่อความสำเร็จของเรา อันเป็นความปรารถนาสูงสุดของท่าน
ในเวลาที่เราตกระกำลำบาก อาจจะมีหลายคนมาแสดงความเสียใจกับเราหรือมาปลอบเรา บางคนก็ทำโดยมารยาทหรือธรรมเนียมประเพณีเท่านั้น ใจของเขาอาจจะสมน้ำหน้าเราก็ได้
แต่คนที่จริงใจ ไม่ทอดทิ้ง ติดตามเราไปได้ทุกแห่งหน จะลำบากยากแค้นประการใดก็ทนได้ จะ
หมดเปลืองเท่าใดก็ยอมได้ มีเฉพาะพ่อกับแม่เราเท่านั้น ที่ไม่มีวันทอดทิ้งเรา
ในเวลาที่เราได้ดี ประสบความสำเร็จมีความสุขความเจริญ อาจมีคนมากมายมาดีใจกับเรา บางคนก็ดีใจเพราะคิดว่า เขาอาจจะได้ส่วนแบ่งจากความสำเร็จของเราบ้าง หรือบางคนมาแสดงความยินดี แต่อาจจะมีความริษยาปนอยู่บ้างก็ได้
แต่คนที่ดีใจจริงๆ ดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ก็คือ พ่อกับแม่ของเรานั่นเอง
พ่อกับแม่ดีใจ เพราะความมุ่งหมายของท่านต้องการเห็นเราเป็นเช่นนี้มานานแล้ว
นี่คือข้อเท็จจริงที่ลูกทุกคนได้รับจากพ่อแม่
เพราะฉะนั้น พ่อแม่จึงเป็นคนประเสริฐของลูกทั้งหลาย
การคิดถึงคุณค่าและความสำคัญของพ่อแม่ ดังกล่าวมานี้ ย่อมเป็น " เชื้อแห่งความดี " ของชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็น " คนดี "
ดังนั้น สิ่งที่ลูกดี ควรประพฤติปฏิบัติตอบแทนคุณของท่าน ก็คือ
1. ท่านเลี้ยงเรามาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ
ให้ความสุขกายสบายใจแก่ท่าน แม้เป็นลูกยังเล็ก อยู่ในวัยเป็นนักเรียนนักศึกษาอยู่ ก็สามารถ
เลี้ยงดูน้ำใจของท่านได้ อย่าให้ท่านทุกข์ใจ เสียใจ กลุ้มใจ เพราะการกระทำของเรา
2. ช่วยเหลือในกิจการงานของท่าน
โดยการปฏิบัติ การทำงานตามที่ท่านใช้ให้ทำ การแบ่งเบาภารกิจของท่าน ด้วยการรับงานซึ่ง
เป็นภาระอันหนักของท่านไปทำ เป็นต้น
3. ดำรงวงศ์ตระกูล
สกุลนั้นมีบุคคลเกี่ยวข้องอยู่เป็นอันมาก บุตรธิดาแห่งสกุลใด เมื่อเกิดมาร่วมวงศ์สกุลกับบุคคล
อื่น จะต้องมีความสำนึกรับผิดชอบต่อสกุลวงศ์ แม้ตระกูลจะเสื่อมทรามตกต่ำลงไป ก็ต้องไม่ใช่
เกิดจากการกระทำของตน ฉะนั้นบุตรที่พึงปรารถนาก็คือบุตรธิดาที่ดำรงวงศสกุลคือรักษาสิ่งที่ดี
งามต่างๆของสกุลเอาไว้ไม่ให้เสื่อมในยุคสมัยของตน กับบุตรที่เชิดชูวงศ์สกุล ทำสกุลให้สูงขึ้น
4.ประพฤติตนให้เป็นคนเหมาะควรแก่การไว้เนื้อเชื่อใจของพ่อแม่
ที่จะรับทรัพย์มรดกสืบต่อวงศ์สกุลไปได้
ให้พ่อแม่มีความมั่นใจว่าแม้ท่านจะตายไปแล้วฐานะของสกุลคงไม่ตกต่ำลูกสามารถรักษาไว้ได้
5. เมื่อบิดามารดาตายจากไป ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลส่งไปให้
เป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อท่านผู้เป็นบิดามารดา ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า
เป็นการบูชาต่อความดีของมารดาบิดา เป็นการสะสมบุญให้เพื่มพูนขึ้นมาอีกเป็นอันมาก ฉะนั้น
หน้าที่เหล่านี้ จึงเป็นหน้าที่โดยกำเนิดของทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ ถ้าละเลยหรือไม่ประพฤติ
ปฏิบัติ ก็ได้ชื่อว่าเป็นคนอกตัญญูต่อหน้าที่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า
" คนดีทำความดีได้ง่าย แต่ทำความชั่วได้ยาก "
" คนชั่วทำความชั่วได้ง่าย แต่กลับทำความดีได้ยาก "
คน กับ มนุษย์ นั้นต่างกัน มนุษย์ คือสัตว์โลกที่มีจิตใจสูง มีเหตุผลมีศีลธรรม ส่วน คน เป็นสัตว์โลกที่มีจิตใจต่ำ ไม่มีศีลธรรม ไม่มีเหตุผล คำว่า มนุษยธรรม จึงแปลว่า ธรรมะที่ทำคนให้เป็นมนุษย์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อพัฒนาจิตใจจากคนขึ้นมาเป็นมนุษย์ได้ก็คือการเป็นคนดี นั่นเอง
บทความดีๆ จากหนังสือคู่มือทำความดี / น. พึ่งพระธรรม เรียบเรียง
วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
มงคลชีวิต
๑. จงอย่าเข้าไปเป็นพวกกับคนโง่เขลา
๒. จงทำความสนิทสนมกับบัณฑิต
๓. จงแสดงความเคารพนับถือต่อคนที่ควรเคารพนับถือ
๔. จงอยู่ในที่ซึ่งเหมาะสมแก่อุปนิสัย และความสามารถของตน
๕. จงเป็นคนที่เคยทำความดีไว้มาก
๖. จงประกอบกุศลกรรมเพื่อความรุ่งเรือง ในอนาคตอยู่อย่างไม่ขาดสาย
๗. จงทำความพอใจในการดูการฟังทุกอย่างที่สามารถจะทำเพื่อให้ได้มาซึ่งวิชาความรู้
๘. จงศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งไม่ประกอบด้วยโทษ
๙. จงฝึกฝนให้เป็นคนมีระเบียบวินัยและแบบแผนอันดี
๑๐. จงพูดแต่คำจริง คำน่ารักและคำที่มีประโยชน์
๑๑. จงอุปัฏฐากมารดาและบิดา
๑๒. จงเอาใจใส่เลี้ยงดูบุตร
๑๓. จงเอาใจใส่เลี้ยงดูภรรยา
๑๔. จงละเว้นความโลเลในการงาน
๑๕. จงบำเพ็ญทาน
๑๖. จงประพฤติแต่กรรมดี
๑๗. จงช่วยเหลือญาติและมิตรสหาย ในคราวที่ควรช่วยเหลือ
๑๘. จงเว้นการทำสิ่งที่ต้องเสียใจทีหลัง
๑๙. จงอย่าทำสิ่งซึ่งท่านห้ามไว้โดยกฏแห่งศีลธรรม
๒๐. จงเว้นจากการดื่มน้ำเมา
๒๑. จงอย่าชักช้าที่จะประกอบกรรมดีในเมื่อโอกาสมาถึง
๒๒. จงนอบน้อมต่อทุกคน
๒๓. จงอย่าจองหองพองตัว
๒๔. จงพอใจด้วยสิ่งที่ตนมีอยู่
๒๕. จงรู้บุญคุณที่บุคคลอื่นทำแก่ตน
๒๖. จงฟังธรรมตามโอกาส
๒๗. จงมีความอดกลั้นอดทน
๒๘. จงเยี่ยมพระอริยเจ้าอยู่เนืองนิจ
๓๐. จงซักซ้อมสนทนาธรรมทุกโอกาส
๓๑. จงเป็นอยู่ด้วยความพากเพียร
๓๒. จงประพฤติพรหมจรรย์
๓๓. จงกำหนดอริยสัจสี่ไว้ในใจ
๓๔. จงมีนิพพานที่มุ่งหมายของจิตอยู่เสมอ
๓๕. เมื่อถูกสิ่งต่างๆรบกวน จงอย่าหวั่นไหว
๓๖. จงอย่าเศร้าโศก
๓๗. จงอย่ากำหนัด
๓๘. จงปรกติ
" ผู้ใดประพฤติได้สมบูรณ์ตามนี้ ความชั่วร้ายจักไม่สามารถครอบงำผู้นั้น เขาจักมีสวัสดี
มงคลอย่างสูงสุด ได้รับความสุขแห่งจิตที่สมบูรณ์อยู่เนืองนิจ "
เรียบเรียงโดย พุทธทาสภิกขุ
๒. จงทำความสนิทสนมกับบัณฑิต
๓. จงแสดงความเคารพนับถือต่อคนที่ควรเคารพนับถือ
๔. จงอยู่ในที่ซึ่งเหมาะสมแก่อุปนิสัย และความสามารถของตน
๕. จงเป็นคนที่เคยทำความดีไว้มาก
๖. จงประกอบกุศลกรรมเพื่อความรุ่งเรือง ในอนาคตอยู่อย่างไม่ขาดสาย
๗. จงทำความพอใจในการดูการฟังทุกอย่างที่สามารถจะทำเพื่อให้ได้มาซึ่งวิชาความรู้
๘. จงศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งไม่ประกอบด้วยโทษ
๙. จงฝึกฝนให้เป็นคนมีระเบียบวินัยและแบบแผนอันดี
๑๐. จงพูดแต่คำจริง คำน่ารักและคำที่มีประโยชน์
๑๑. จงอุปัฏฐากมารดาและบิดา
๑๒. จงเอาใจใส่เลี้ยงดูบุตร
๑๓. จงเอาใจใส่เลี้ยงดูภรรยา
๑๔. จงละเว้นความโลเลในการงาน
๑๕. จงบำเพ็ญทาน
๑๖. จงประพฤติแต่กรรมดี
๑๗. จงช่วยเหลือญาติและมิตรสหาย ในคราวที่ควรช่วยเหลือ
๑๘. จงเว้นการทำสิ่งที่ต้องเสียใจทีหลัง
๑๙. จงอย่าทำสิ่งซึ่งท่านห้ามไว้โดยกฏแห่งศีลธรรม
๒๐. จงเว้นจากการดื่มน้ำเมา
๒๑. จงอย่าชักช้าที่จะประกอบกรรมดีในเมื่อโอกาสมาถึง
๒๒. จงนอบน้อมต่อทุกคน
๒๓. จงอย่าจองหองพองตัว
๒๔. จงพอใจด้วยสิ่งที่ตนมีอยู่
๒๕. จงรู้บุญคุณที่บุคคลอื่นทำแก่ตน
๒๖. จงฟังธรรมตามโอกาส
๒๗. จงมีความอดกลั้นอดทน
๒๘. จงเยี่ยมพระอริยเจ้าอยู่เนืองนิจ
๓๐. จงซักซ้อมสนทนาธรรมทุกโอกาส
๓๑. จงเป็นอยู่ด้วยความพากเพียร
๓๒. จงประพฤติพรหมจรรย์
๓๓. จงกำหนดอริยสัจสี่ไว้ในใจ
๓๔. จงมีนิพพานที่มุ่งหมายของจิตอยู่เสมอ
๓๕. เมื่อถูกสิ่งต่างๆรบกวน จงอย่าหวั่นไหว
๓๖. จงอย่าเศร้าโศก
๓๗. จงอย่ากำหนัด
๓๘. จงปรกติ
" ผู้ใดประพฤติได้สมบูรณ์ตามนี้ ความชั่วร้ายจักไม่สามารถครอบงำผู้นั้น เขาจักมีสวัสดี
มงคลอย่างสูงสุด ได้รับความสุขแห่งจิตที่สมบูรณ์อยู่เนืองนิจ "
เรียบเรียงโดย พุทธทาสภิกขุ
วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555
พ่อแก่-แม่เฒ่า
พ่อแม่ก็แก่เฒ่า จำจากเจ้าไม่อยู่นาน
จะพบจะพ้องพาน เพียงเสี้ยววานของคืนวัน
ใจจริงไม่อยากจาก เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพมิทนทาน ย่อมร้าวรานสลายไป
ขอเถิดถ้าสงสาร อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัย คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน
ไม่รักก็ไม่ว่า เพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอน คลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ
เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้ง ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ยามป่วยไข้ ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่ แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ยล เติบโตจนสง่างาม
ขอโทษถ้าทำผิด ขอให้คิดทุกทุกยาม
ใจแท้มีแต่ความ หวังติดตามช่วยอวยชัย
ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่ง มีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไป ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง
อ.สุนทรเกตุ
จะพบจะพ้องพาน เพียงเสี้ยววานของคืนวัน
ใจจริงไม่อยากจาก เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพมิทนทาน ย่อมร้าวรานสลายไป
ขอเถิดถ้าสงสาร อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัย คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน
ไม่รักก็ไม่ว่า เพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอน คลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ
เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้ง ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ยามป่วยไข้ ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่ แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ยล เติบโตจนสง่างาม
ขอโทษถ้าทำผิด ขอให้คิดทุกทุกยาม
ใจแท้มีแต่ความ หวังติดตามช่วยอวยชัย
ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่ง มีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไป ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง
อ.สุนทรเกตุ
วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555
สาระธรรม
รู้คือสำเร็จ
การเข้าไปศึกษาในสิ่งใดๆ สิ่งนั้นเป็นความรู้แล้ว นั่นคือความสำเร็จ
สิ่งใดที่เข้าไปรู้แล้ว สิ่งนั้นคือความสำเร็จ
สิ่งใดๆที่ยังไม่เข้าไปศีกษา สิ่งนั้นยังไม่สำเร็จ
รู้นะสำเร็จ แต่ไม่รู้ไม่สำเร็จ
สมมติว่าเราคิดงาน เรื่องนี้เราคิด เรายังไม่รู้ เพราะไม่รู้ที่มาและไม่รู้สภาวะ
เมื่อรู้ที่มา รู้สภาวะ รู้สมุฏฐานแล้ว นั่นคือสำเร็จ
รู้แล้วสำเร็จ รู้แล้วชนะ รู้แล้วอยู่สบาย..
ปรัชญาเต่า
เต่าเป็นสัตว์ฉลาด เป็นสัตว์สอง หมายถึงว่า อยู่ในน้ำก็ได้ อยู่บนบกก็ได้
เต่าไม่ประมาทรู้ว่าคัวเองขาสั้นใช้ความเพียรเพื่อเอาชนะกระต่ายได้
เต่าเป็นสัตว์ที่อายุยืนมาก และเต่าเป็นสัตว์ที่ฉลาด
สังเกตได้ว่าเต่าจะไม่อยู่ในที่ที่ตัวเองไข่ เพราะอาศัยความฉลาดรักชีวิต รู้ว่าไข่ตัวเองมันขนาดนี้
แล้วตัวเองจะมันขนาดไหน จึงไข่แล้วกลบไปอยู่ที่อื่น
เวลามีภัยอันตราย จะหดหัวหดขาอยู่ในกระดอง ทำตัวเหมือนตาย พอหมดภัย หมดอันตราย
ก็จะยืดตัวยืดขา ก้าวออกไปช้าๆ
ใช้ชีวิตอย่างเต่า การงานหน้าที่ไปอย่างช้าๆ แล้วก็ปรับตัวเข้ากับใครก็ได้ ไม่ว่าใครทั้งนั้น
รู้นิสัยเขา รู้ใจเขา จะให้เขารู้นิสัยเรา รู้ใจเราไม่ได้
เต่ารู้รักษาชีวิต จึงไม่สูญพันธุ์ เต่าไม่โง่ เต่าฉลาด จำไว้นะ
เพราะฉะนั้น ให้เอาปรัชญานี้ไปใช้..
รู้กระแสโลก
ถ้าเราอยู่ เราอย่าไปทวนกระแสโลกและก็ไม่ตามกระแสโลก
เพราะโลกมันหมุนไปนี่มันมาก วัดด้วยสายตาไม่ได้ ชีวิตเราหมุนไม่ทันกระแสโลก
คนเราทุกวันนี้ไปเผลอตัว หมุนให้ทันกระแสโลก ไม่ทัน..
โลกมันเคลื่อนนิดเดียว เราตัวจักรเล็กน่ะ หมุนกี่รอบ
เพราะโลกนี่มันเป็นตัวจักรใหญ่ ค่อยๆเคลื่อนทีละน้อย แต่เรานี่ฉิวเลย
เพราะฉะนั้นเราไม่ตาม และก็ไม่ทวน ให้รู้กระแสโลกเป็นอย่างไร
ให้รู้ว่าจะวางชีวิต วางรากฐานชีวิตยังไง
โลก
โลก คือ หมู่สัตว์ อันชรานำเข้าไปใกล้ ไม่ยั่งยืน
โลก คือ พวกเรา ความชรามันจะนำเข้าไปใกล้สักวันใดวันหนึ่ง
เราก็ดูชีวิตเราไป ยังชีวิตเราให้เป็นสาระ ให้เป็นประโยชน์ต่อไป
โลก อันหมู่สัตว์จำเป็นต้องพลัดพรากจากของรักของชอบไป
ชีวิตของมนุษย์เรานี้ ถ้าไม่จากสิ่งเหล่านั้น สิ่งเหล่านั้น..ก็จากเราไป เป็นสัจจธรรม.
เมตตาธรรมจากกิตฺติโก ภิกขุ (หลวงพ่อสุรินทร์) มกราคม ๒๕๓๙
การเข้าไปศึกษาในสิ่งใดๆ สิ่งนั้นเป็นความรู้แล้ว นั่นคือความสำเร็จ
สิ่งใดที่เข้าไปรู้แล้ว สิ่งนั้นคือความสำเร็จ
สิ่งใดๆที่ยังไม่เข้าไปศีกษา สิ่งนั้นยังไม่สำเร็จ
รู้นะสำเร็จ แต่ไม่รู้ไม่สำเร็จ
สมมติว่าเราคิดงาน เรื่องนี้เราคิด เรายังไม่รู้ เพราะไม่รู้ที่มาและไม่รู้สภาวะ
เมื่อรู้ที่มา รู้สภาวะ รู้สมุฏฐานแล้ว นั่นคือสำเร็จ
รู้แล้วสำเร็จ รู้แล้วชนะ รู้แล้วอยู่สบาย..
ปรัชญาเต่า
เต่าเป็นสัตว์ฉลาด เป็นสัตว์สอง หมายถึงว่า อยู่ในน้ำก็ได้ อยู่บนบกก็ได้
เต่าไม่ประมาทรู้ว่าคัวเองขาสั้นใช้ความเพียรเพื่อเอาชนะกระต่ายได้
เต่าเป็นสัตว์ที่อายุยืนมาก และเต่าเป็นสัตว์ที่ฉลาด
สังเกตได้ว่าเต่าจะไม่อยู่ในที่ที่ตัวเองไข่ เพราะอาศัยความฉลาดรักชีวิต รู้ว่าไข่ตัวเองมันขนาดนี้
แล้วตัวเองจะมันขนาดไหน จึงไข่แล้วกลบไปอยู่ที่อื่น
เวลามีภัยอันตราย จะหดหัวหดขาอยู่ในกระดอง ทำตัวเหมือนตาย พอหมดภัย หมดอันตราย
ก็จะยืดตัวยืดขา ก้าวออกไปช้าๆ
ใช้ชีวิตอย่างเต่า การงานหน้าที่ไปอย่างช้าๆ แล้วก็ปรับตัวเข้ากับใครก็ได้ ไม่ว่าใครทั้งนั้น
รู้นิสัยเขา รู้ใจเขา จะให้เขารู้นิสัยเรา รู้ใจเราไม่ได้
เต่ารู้รักษาชีวิต จึงไม่สูญพันธุ์ เต่าไม่โง่ เต่าฉลาด จำไว้นะ
เพราะฉะนั้น ให้เอาปรัชญานี้ไปใช้..
รู้กระแสโลก
ถ้าเราอยู่ เราอย่าไปทวนกระแสโลกและก็ไม่ตามกระแสโลก
เพราะโลกมันหมุนไปนี่มันมาก วัดด้วยสายตาไม่ได้ ชีวิตเราหมุนไม่ทันกระแสโลก
คนเราทุกวันนี้ไปเผลอตัว หมุนให้ทันกระแสโลก ไม่ทัน..
โลกมันเคลื่อนนิดเดียว เราตัวจักรเล็กน่ะ หมุนกี่รอบ
เพราะโลกนี่มันเป็นตัวจักรใหญ่ ค่อยๆเคลื่อนทีละน้อย แต่เรานี่ฉิวเลย
เพราะฉะนั้นเราไม่ตาม และก็ไม่ทวน ให้รู้กระแสโลกเป็นอย่างไร
ให้รู้ว่าจะวางชีวิต วางรากฐานชีวิตยังไง
โลก
โลก คือ หมู่สัตว์ อันชรานำเข้าไปใกล้ ไม่ยั่งยืน
โลก คือ พวกเรา ความชรามันจะนำเข้าไปใกล้สักวันใดวันหนึ่ง
เราก็ดูชีวิตเราไป ยังชีวิตเราให้เป็นสาระ ให้เป็นประโยชน์ต่อไป
โลก อันหมู่สัตว์จำเป็นต้องพลัดพรากจากของรักของชอบไป
ชีวิตของมนุษย์เรานี้ ถ้าไม่จากสิ่งเหล่านั้น สิ่งเหล่านั้น..ก็จากเราไป เป็นสัจจธรรม.
เมตตาธรรมจากกิตฺติโก ภิกขุ (หลวงพ่อสุรินทร์) มกราคม ๒๕๓๙
วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555
นิทานญี่ปุ่น
นายพรานผู้โชคดี
กาลครั้งหนึ่ง ยังมีนายพรานคนหนึี่ง ตกลงใจจะออกไปล่าหาของอร่อยๆ มาเลี้ยงฉลองวันเกิดของลูกชายอายุเจ็ดขวบ แต่พอเอืิ้อมมือไปหยิบปืนที่แขวนไว้ที่ข้างฝา ปืนเกิดหลุดจากตาขอหล่นโครมลงมาใส่ครกหินที่พื้น อนิจจา! ลำกล้องปืนคดงอก่อราวกับตัวอักษรแอล(L)เสียแล้ว
ลูกชายร้องว่า "ตายละพ่อ..ลางไม่ดีเสียแล้ว วันนี้พ่ออย่าออกไปล่าสัตว์เลยนะครับ"
"เจ้าลูกโง่" พ่อว่าเอา "นี่ละ..ลางดีละ ปืนตกใส่ครกอย่างนี้ หมายถึงจะยิงเนื้อนกได้แม่น สบายมากเทียวละ"
ยังเช้าตรู่อยู่เลย นายพรานก็เดินดุ่มๆออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปที่ทะเลสาบเชิงเขา ท่านผู้อ่านทราบไหมว่านายพรานแกเห็นอะไร... เป็ดป่า ๑๓ ตัวนั่นแน่ะ... เจ้าสิบสองตัวดำผุดดำว่าย ตีปีกหางจนน้ำกระจายอยู่ในทะเลสาบ ส่วนตัวที่สิบสามนอนหลับปุ๋ยอยู่บนฝั่งข้างๆหินก้อนหนึ่ง
"เอ้อเฮอ! โชคดีอะไรยังงี้" นายพรานพูดกับตัวเองแล้วยกปืนคดๆงอๆเล็งไปที่เป็ดตัวหนึ่งในฝูงนั้น
เสียงปืนลั่น"ปัง" โน่นดูซิ... เพราะลำกล้องปืนโค้งๆงอๆนั่นเอง ลูกปืนที่ยิงออกไปวิ่งลดๆเลี้ยวๆโดนเอาเป็ดในน้ำหมดทั้งฝูง แล้วยังแถมสะท้อนกลับไปโดนก้อนหินข้างๆ ที่เจ้าเป็ดตัวที่สิบสามกำลังหลับอยู่จนได้รับบาดเจ็บไปด้วย
เป็ดตัวที่เจ็บหล่นตูมลงไปในน้ำ มันตกใจกระพือปีกพึ่บพั่บๆ นายพรานจึงลุยน้ำลงไปจับเป็ด กว่าจะจับได้ก็เล่นเอาย่ำแย่ เพราะแกสวมกางเกงผ้าฝ้ายแบบขากว้างแล้วรวบปลายขาไว้เป็นถุงด้วยสนับแข้งทำด้วยฟางข้าว
แล้วในที่สุดแกก็คว้าคอเป็ดได้ เจ้าเป็ดตกใจกลัว ฟาดปีกหางเป็นบ้าเป็นหลัง น้ำกระจายซ่า อะไรอย่างหนึ่งโดดผลุงขึ้นจากน้ำ หล่นตุ๊บลงไปในพุ่มไม้ชายฝั่ง ทายดูซิว่าอะไร...ปลาคาร์ปตัวเบ้อเริ่ม ใหญ่ที่สุดดูน่ากินที่สุดเท่าที่นายพรานคนนี้เคยพบเห็นมา
"ต้องเอาตัวให้ได้เดี๋ยวนี้ละ" ว่าพลางเอามือเหนี่ยวรากไม้ใกล้มือโหนตัวขึ้นฝั่ง อ้าว..เจ้ารากไม้ที่แกเหนี่ยวไว้ในมือ ที่แท้กลายเป็นขาคู่หลังของกระต่ายตัวใหญ่มากตัวหนึ่ง มันดิ้นตะกุยตะกายเพื่อให้หลุดจากมือนายพราน เลยตะกุยเอามันอวบๆขึ้นมา ๒๕ หัว จากใต้พื้นดิน
นายพรานวิ่งขึ้นไปเก็บปลาคาร์ปในพุ่มไม้ แล้วก็ในพุ่มไม้นั่นเอง..แกแลเห็นปลาหล่นลงไปทับรังไก่ฟ้า มีไก่ฟ้านอนตายอยู่ตัวหนึ่ง เพราะปลาคาร์ปตัวนั้นหล่นตุ๊บลงใส่ไก่จนคอหักตาย พอนายพรานฉวยไก่ขึ้นมา ไข่ไก่ ๑๓ ฟอง ซ่อนอุ่นสบายอยู่ใต้ใบไม้นุ่มๆ ไข่ไก่ไม่แตกเลยสักฟองเดียว แกค่อยๆเอามือแหวกปัดใบไม้ หยิบไข่ไก่ขึ้นมา เจอเห็ดกองพะเรองอกอยู่ใต้ใบไม้
นายพรานตวัดไก่ฟ้ากับกระต่ายขึ้นไหล่ขวา ปลาคาร์ปกับมันตะพายไหล่ซ้าย เป็ดทั้งฝูงร้อยเชือกผูกไว้รอบเอว ส่วนไข่ไก่ก็ใส่ไว้ในอกเสื้อ เห็ดทั้งกองใส่ไว้ในถุง ออกเดินทางกลับบ้านพร้อมกับเจ้าปืนคดงอก่อกระบอกนั้น
ทันที่ที่ถึงบ้าน ก็ถอดสนับแข้งฟางข้าว ถอดกางเกงออก เพราะมันเปียกไม่สบายตัว สิ่งประหลาดใจเกิดขึ้นอีกแล้ว... กุ้งตัวเล็กเหลือจะนับจำนวนได้ไหลออกมาจากสนับแข้ง พอถอดกางเกงออก ปลาต้วเล็ก อีกตั้ง ๓๓ ตัว ยังเป็นๆอยู่ด้วย หล่นกระจายบนพื้นห้อง กระโดดกันโหยงเหยง
นี่ละ...ท่านผู้อ่านลองนึกภาพเอาเองก็แล้วกัน ถึงการเลี้ยงที่วิเศษมโหฬารในวันเกิดลูกชายอายุครบเจ็ดขวบ ประดาเพื่อนบ้านได้รับเชิญมากินเลี้ยงกันทุกคน แต่ละคนเพลิดเพลินเจริญอาหารเสียจนท้องใส่อีกไม่ไหว
คัดลอกจากหนังสือ"มาหัวเราะกันเถอะ"(Laughing Together) กรมวิชาการ กระทรวงศีกษาธิการ ๒๕๓๒
กาลครั้งหนึ่ง ยังมีนายพรานคนหนึี่ง ตกลงใจจะออกไปล่าหาของอร่อยๆ มาเลี้ยงฉลองวันเกิดของลูกชายอายุเจ็ดขวบ แต่พอเอืิ้อมมือไปหยิบปืนที่แขวนไว้ที่ข้างฝา ปืนเกิดหลุดจากตาขอหล่นโครมลงมาใส่ครกหินที่พื้น อนิจจา! ลำกล้องปืนคดงอก่อราวกับตัวอักษรแอล(L)เสียแล้ว
ลูกชายร้องว่า "ตายละพ่อ..ลางไม่ดีเสียแล้ว วันนี้พ่ออย่าออกไปล่าสัตว์เลยนะครับ"
"เจ้าลูกโง่" พ่อว่าเอา "นี่ละ..ลางดีละ ปืนตกใส่ครกอย่างนี้ หมายถึงจะยิงเนื้อนกได้แม่น สบายมากเทียวละ"
ยังเช้าตรู่อยู่เลย นายพรานก็เดินดุ่มๆออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปที่ทะเลสาบเชิงเขา ท่านผู้อ่านทราบไหมว่านายพรานแกเห็นอะไร... เป็ดป่า ๑๓ ตัวนั่นแน่ะ... เจ้าสิบสองตัวดำผุดดำว่าย ตีปีกหางจนน้ำกระจายอยู่ในทะเลสาบ ส่วนตัวที่สิบสามนอนหลับปุ๋ยอยู่บนฝั่งข้างๆหินก้อนหนึ่ง
"เอ้อเฮอ! โชคดีอะไรยังงี้" นายพรานพูดกับตัวเองแล้วยกปืนคดๆงอๆเล็งไปที่เป็ดตัวหนึ่งในฝูงนั้น
เสียงปืนลั่น"ปัง" โน่นดูซิ... เพราะลำกล้องปืนโค้งๆงอๆนั่นเอง ลูกปืนที่ยิงออกไปวิ่งลดๆเลี้ยวๆโดนเอาเป็ดในน้ำหมดทั้งฝูง แล้วยังแถมสะท้อนกลับไปโดนก้อนหินข้างๆ ที่เจ้าเป็ดตัวที่สิบสามกำลังหลับอยู่จนได้รับบาดเจ็บไปด้วย
เป็ดตัวที่เจ็บหล่นตูมลงไปในน้ำ มันตกใจกระพือปีกพึ่บพั่บๆ นายพรานจึงลุยน้ำลงไปจับเป็ด กว่าจะจับได้ก็เล่นเอาย่ำแย่ เพราะแกสวมกางเกงผ้าฝ้ายแบบขากว้างแล้วรวบปลายขาไว้เป็นถุงด้วยสนับแข้งทำด้วยฟางข้าว
แล้วในที่สุดแกก็คว้าคอเป็ดได้ เจ้าเป็ดตกใจกลัว ฟาดปีกหางเป็นบ้าเป็นหลัง น้ำกระจายซ่า อะไรอย่างหนึ่งโดดผลุงขึ้นจากน้ำ หล่นตุ๊บลงไปในพุ่มไม้ชายฝั่ง ทายดูซิว่าอะไร...ปลาคาร์ปตัวเบ้อเริ่ม ใหญ่ที่สุดดูน่ากินที่สุดเท่าที่นายพรานคนนี้เคยพบเห็นมา
"ต้องเอาตัวให้ได้เดี๋ยวนี้ละ" ว่าพลางเอามือเหนี่ยวรากไม้ใกล้มือโหนตัวขึ้นฝั่ง อ้าว..เจ้ารากไม้ที่แกเหนี่ยวไว้ในมือ ที่แท้กลายเป็นขาคู่หลังของกระต่ายตัวใหญ่มากตัวหนึ่ง มันดิ้นตะกุยตะกายเพื่อให้หลุดจากมือนายพราน เลยตะกุยเอามันอวบๆขึ้นมา ๒๕ หัว จากใต้พื้นดิน
นายพรานวิ่งขึ้นไปเก็บปลาคาร์ปในพุ่มไม้ แล้วก็ในพุ่มไม้นั่นเอง..แกแลเห็นปลาหล่นลงไปทับรังไก่ฟ้า มีไก่ฟ้านอนตายอยู่ตัวหนึ่ง เพราะปลาคาร์ปตัวนั้นหล่นตุ๊บลงใส่ไก่จนคอหักตาย พอนายพรานฉวยไก่ขึ้นมา ไข่ไก่ ๑๓ ฟอง ซ่อนอุ่นสบายอยู่ใต้ใบไม้นุ่มๆ ไข่ไก่ไม่แตกเลยสักฟองเดียว แกค่อยๆเอามือแหวกปัดใบไม้ หยิบไข่ไก่ขึ้นมา เจอเห็ดกองพะเรองอกอยู่ใต้ใบไม้
นายพรานตวัดไก่ฟ้ากับกระต่ายขึ้นไหล่ขวา ปลาคาร์ปกับมันตะพายไหล่ซ้าย เป็ดทั้งฝูงร้อยเชือกผูกไว้รอบเอว ส่วนไข่ไก่ก็ใส่ไว้ในอกเสื้อ เห็ดทั้งกองใส่ไว้ในถุง ออกเดินทางกลับบ้านพร้อมกับเจ้าปืนคดงอก่อกระบอกนั้น
ทันที่ที่ถึงบ้าน ก็ถอดสนับแข้งฟางข้าว ถอดกางเกงออก เพราะมันเปียกไม่สบายตัว สิ่งประหลาดใจเกิดขึ้นอีกแล้ว... กุ้งตัวเล็กเหลือจะนับจำนวนได้ไหลออกมาจากสนับแข้ง พอถอดกางเกงออก ปลาต้วเล็ก อีกตั้ง ๓๓ ตัว ยังเป็นๆอยู่ด้วย หล่นกระจายบนพื้นห้อง กระโดดกันโหยงเหยง
นี่ละ...ท่านผู้อ่านลองนึกภาพเอาเองก็แล้วกัน ถึงการเลี้ยงที่วิเศษมโหฬารในวันเกิดลูกชายอายุครบเจ็ดขวบ ประดาเพื่อนบ้านได้รับเชิญมากินเลี้ยงกันทุกคน แต่ละคนเพลิดเพลินเจริญอาหารเสียจนท้องใส่อีกไม่ไหว
คัดลอกจากหนังสือ"มาหัวเราะกันเถอะ"(Laughing Together) กรมวิชาการ กระทรวงศีกษาธิการ ๒๕๓๒
อารมณ์เพลง
เพลงชาติไทย
ทำนอง : พระเจนดุริยางค์(ปิติ วาทยะกร)
คำร้อง : พันเอก หลวงสารานุประพันธ์(นวล ปาจิณพยัคฆ์)ในนามกองทัพบก
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย
เพลงสรรเสริญพระบารมี
คำร้อง : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์
ทำนอง : พระเจนดุริยางค์(ปิติ วาทยะกร)
ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน
นบพระภูมิบาลบุญดิเรก เอกบรมจักริน
พระสยามินทร์พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์
ขอบรรดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษฏ์ดัง หวังวรหฤทัย
ดุจถวายชัย ชโย
เพลงสดุดีมหาราชา
คำร้อง : ชาลี อินทรวิจิตร , สุรัฐ พุกกะเวส
ทำนอง : สมาน กาญจนผลิน
(ชาย) ขอเดชะ องค์พระประมุขภูมิพล มิ่งขวัญปวงชนประชาชาติไทย
มหาราชขัตติยะภูวไนย ดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงประชา
(หญิง) ขอเดชะ องค์สมเด็จพระราชินี คู่บุญบารมีจักรีเกริกฟ้า
องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้าขอสดุดี
(ชาย) อ่าองค์พระสยมบรมราชันขวัญหล้า
(หญิง) เปล่งบุญญาสมสง่าบารมี
(ชาย) ผองข้าพระพุทธเจ้า
(หญิง) น้อมเกล้าขออัญชุลี
(พร้อม) สดุดีมหาราชา สดุดีมหาราชินี (ซ้ำ)
ทำนอง : พระเจนดุริยางค์(ปิติ วาทยะกร)
คำร้อง : พันเอก หลวงสารานุประพันธ์(นวล ปาจิณพยัคฆ์)ในนามกองทัพบก
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย
เพลงสรรเสริญพระบารมี
คำร้อง : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์
ทำนอง : พระเจนดุริยางค์(ปิติ วาทยะกร)
ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน
นบพระภูมิบาลบุญดิเรก เอกบรมจักริน
พระสยามินทร์พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์
ขอบรรดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษฏ์ดัง หวังวรหฤทัย
ดุจถวายชัย ชโย
เพลงสดุดีมหาราชา
คำร้อง : ชาลี อินทรวิจิตร , สุรัฐ พุกกะเวส
ทำนอง : สมาน กาญจนผลิน
(ชาย) ขอเดชะ องค์พระประมุขภูมิพล มิ่งขวัญปวงชนประชาชาติไทย
มหาราชขัตติยะภูวไนย ดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงประชา
(หญิง) ขอเดชะ องค์สมเด็จพระราชินี คู่บุญบารมีจักรีเกริกฟ้า
องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้าขอสดุดี
(ชาย) อ่าองค์พระสยมบรมราชันขวัญหล้า
(หญิง) เปล่งบุญญาสมสง่าบารมี
(ชาย) ผองข้าพระพุทธเจ้า
(หญิง) น้อมเกล้าขออัญชุลี
(พร้อม) สดุดีมหาราชา สดุดีมหาราชินี (ซ้ำ)
วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555
พระคาถาธรณีสาร
อังการะพินทุ อินาถัง อุปปันนัง สหะพรหมมะอธิคะโต ปัญจะปะทุมัง ทิสวานัง นะโม พุทธายะ วันทานัง
นะโม นะมะสิโรเม พุทธะ เทวัญจะ นะละเต พรหมมะ เทวะตา หะทะยัง นะรา ยะกัญเจวะ ปาเท วิสสะณุกัญเจวะ สัพพะกัมมา ประสิทธิ (เม-เต) สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภา
เวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุ (เม-เต)
สวดต่อด้วยพระคาถาสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาอายุตนเอง อีก ๑ จบ ดังนี้
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะสัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินังอะกันตัง
พุทธา ธัมมา สังฆา นุภาเวนะ วินาสะเมนตุ
สวดพระคาถาขอพรจากพระรัตนตรัย อีก ๑ จบ ดังนี้
- นัตถิเมสะระณังอัญญัง พุทโธ เม ธัมโม เม สังโฆ เม สะระณังวะรัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม
ชะยะมังคะลัง
- สักกัตตะวา พุทธะรัตตะนัง ธัมมะระตะนัง สังฆะระตะนัง โอสะถังอุตตะมังวะรัง พุทธะเตเชนะ ธัมมะเต
เชนะ สังฆะเตเชนะ โสตถินา นัสสันตุปัททะวา สัพเพทุกขา สัพเพภะยา สัพเพโรคา วูปปะสะเมนตุเมฯ
ว่าคำแผ่เมตตา
- สัพเพสัตตา อะเวราโหนตุ สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
จงอยู่เป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้จองกรรมจองเวร เข่นฆ่า เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลยฯ
ว่าคำอุทิศส่วนกุศล(ต่อ) ดังนี้
ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอุทิศผล บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ให้ทาน รักษาศีล สวดมนต์ เจริญเมตตา กรุณา
ภาวนามาแล้วทั้งในอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ วันนี้ขณะนี้ จงแผ่ไพศาล ให้ถึงพระบิดา-มารดา ปู่-ย่า
ตา-ยาย พระราชามหากษัตริย์ ครูบาอาจารย์ ลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน อันคนดีและไม่ดี ให้กลับ
ทำดี ที่มีอบู่ไกลใกล้ ขอให้มีส่วนได้ในกุศลผลของฉัน ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ ขอให้ท่าน
ทั้งหลายเหล่านั้น จงได้ในกุศล ผลนี้เทอญ.
อย่าลืมกล่าวคำขอพร ปรารถนาเอาตามความประสงค์เถิด
อุปเท่ห์ - พระคาถาธรณีสาร ใช้สวด ใช้เสก ทำน้ำมนต์ประพรมขับไล่สิ่งที่เข้าใจว่าเป็นตัวเสนียด
จัญไรเป็นตัวเคราะห์ร้าย เป็นตัวอับโชค เป็นอุปสรรคในการทำมาหากิน ทำให้ไม่มีโชคลาภให้ออกไปจากบ้าน จากร่างกาย ให้กลับมีหรือประสบพบแต่สิ่งที่เป็นศิริมงคลต่อชีวิต เป็นคำเชื่อถือบอกเล่าของ
โบราณจารย์ ได้นำพระคาถาธรณีสารนี้ ไปใช้สวดทำน้ำพระพุทธมนต์ ประพรมของขายดี ประพรมคน
ที่โดนของทางไสยศาสตร์ให้หายเป็นปกติ ประพรมคนที่ดวงชะตาตก ที่ยังไม่ถึงฆาตให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ หากมีเคราะห์ร้ายบางอย่างเข้ามาแทรกแซง จากหนักก็กลายเป็นเบา จากร้ายก็จะกลาย
เป็นดี ดวงชะตาดีเด่น อยู่แล้ว ก็จะดีเด่นตลอดไป รวมไปถึงพระตาถา พระพุทธมนต์ที่ได้นำมาพิมพ์
ต่อจากพระคาถาธรณีสาร ให้ท่านได้สวดก่อนนอน ตื่นนอน (เช้า-เย็น)ครั้งละ ๑จบ เป็นประจำทุกวัน
ก็จะทำให้ท่านแคล้วคลาด ปราศจากภัยวิบัติต่างๆ อันจะเกิดขึ้นกับชีวิตของท่านและครอบครัว ดลบันดาลให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไปในชาตินี้
คติธรรม
พระในบ้าน ท่านตอบได้ไหมคือพระอะไร?
พระในบ้าน คือ พระบิดา พระมารดา ท่านอุปมาไว้ว่าบิดามารดา เป็นพระพรหม เป็นพระเทพ เป็นพระอาจารย์ เป็นพระอรหันต์ของบุตรและธิดา ลูกๆที่ให้ความเคารพสักการะบูชา เลี้ยงดูท่านให้เป็นสุข จะได้รับผล ดังนี้ ไม่ฉิบหาย ไม่ตายโหง เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดไป
- ความดังไม่คงที่ ความดีสิคงทน ความจนพอทนได้ ความตายสิแน่นอน(อย่าอยู่ด้วยความประมาท)
- นอนมาก งานน้อย มีน้อย จ่ายมากเงินหมด มีเงินหน้าสด หมดเงินหน้าเศร้า
- นอนตื่นสาย อายทำกิน หมิ่นเงินน้อย คอยวาสนา (จนตลอดวันตาย)
- จะไม่มีความยากจน อยู่ในคนขยัน ความเกียจคร้าน เป็นบ่อเกิดแห่งความฉิบหาย
- ปิดตาทั้งคู่ ปิดหูสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง นั่งอยู่สบาย หากเปิดตาทั้งคู่ เปิดหูสองข้าง ไม่ปิดปาก
เสียบ้าง จะเป็นทุกข์ตลอดวันตาย
- จงรู้แพ้ รู้ชนะ รู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน ใจท่านจะสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน ให้กำหนดรู้อารมณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น กับใจของท่านด้วยคำว่า รู้หนอ รู้หนอ รู้หนอ
เมตตาธรรมจากหลวงพ่อสมศักดิ์ กิตติธโร
นะโม นะมะสิโรเม พุทธะ เทวัญจะ นะละเต พรหมมะ เทวะตา หะทะยัง นะรา ยะกัญเจวะ ปาเท วิสสะณุกัญเจวะ สัพพะกัมมา ประสิทธิ (เม-เต) สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภา
เวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุ (เม-เต)
สวดต่อด้วยพระคาถาสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาอายุตนเอง อีก ๑ จบ ดังนี้
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะสัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินังอะกันตัง
พุทธา ธัมมา สังฆา นุภาเวนะ วินาสะเมนตุ
สวดพระคาถาขอพรจากพระรัตนตรัย อีก ๑ จบ ดังนี้
- นัตถิเมสะระณังอัญญัง พุทโธ เม ธัมโม เม สังโฆ เม สะระณังวะรัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม
ชะยะมังคะลัง
- สักกัตตะวา พุทธะรัตตะนัง ธัมมะระตะนัง สังฆะระตะนัง โอสะถังอุตตะมังวะรัง พุทธะเตเชนะ ธัมมะเต
เชนะ สังฆะเตเชนะ โสตถินา นัสสันตุปัททะวา สัพเพทุกขา สัพเพภะยา สัพเพโรคา วูปปะสะเมนตุเมฯ
ว่าคำแผ่เมตตา
- สัพเพสัตตา อะเวราโหนตุ สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
จงอยู่เป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้จองกรรมจองเวร เข่นฆ่า เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลยฯ
ว่าคำอุทิศส่วนกุศล(ต่อ) ดังนี้
ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอุทิศผล บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ให้ทาน รักษาศีล สวดมนต์ เจริญเมตตา กรุณา
ภาวนามาแล้วทั้งในอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ วันนี้ขณะนี้ จงแผ่ไพศาล ให้ถึงพระบิดา-มารดา ปู่-ย่า
ตา-ยาย พระราชามหากษัตริย์ ครูบาอาจารย์ ลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน อันคนดีและไม่ดี ให้กลับ
ทำดี ที่มีอบู่ไกลใกล้ ขอให้มีส่วนได้ในกุศลผลของฉัน ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ ขอให้ท่าน
ทั้งหลายเหล่านั้น จงได้ในกุศล ผลนี้เทอญ.
อย่าลืมกล่าวคำขอพร ปรารถนาเอาตามความประสงค์เถิด
อุปเท่ห์ - พระคาถาธรณีสาร ใช้สวด ใช้เสก ทำน้ำมนต์ประพรมขับไล่สิ่งที่เข้าใจว่าเป็นตัวเสนียด
จัญไรเป็นตัวเคราะห์ร้าย เป็นตัวอับโชค เป็นอุปสรรคในการทำมาหากิน ทำให้ไม่มีโชคลาภให้ออกไปจากบ้าน จากร่างกาย ให้กลับมีหรือประสบพบแต่สิ่งที่เป็นศิริมงคลต่อชีวิต เป็นคำเชื่อถือบอกเล่าของ
โบราณจารย์ ได้นำพระคาถาธรณีสารนี้ ไปใช้สวดทำน้ำพระพุทธมนต์ ประพรมของขายดี ประพรมคน
ที่โดนของทางไสยศาสตร์ให้หายเป็นปกติ ประพรมคนที่ดวงชะตาตก ที่ยังไม่ถึงฆาตให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ หากมีเคราะห์ร้ายบางอย่างเข้ามาแทรกแซง จากหนักก็กลายเป็นเบา จากร้ายก็จะกลาย
เป็นดี ดวงชะตาดีเด่น อยู่แล้ว ก็จะดีเด่นตลอดไป รวมไปถึงพระตาถา พระพุทธมนต์ที่ได้นำมาพิมพ์
ต่อจากพระคาถาธรณีสาร ให้ท่านได้สวดก่อนนอน ตื่นนอน (เช้า-เย็น)ครั้งละ ๑จบ เป็นประจำทุกวัน
ก็จะทำให้ท่านแคล้วคลาด ปราศจากภัยวิบัติต่างๆ อันจะเกิดขึ้นกับชีวิตของท่านและครอบครัว ดลบันดาลให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไปในชาตินี้
คติธรรม
พระในบ้าน ท่านตอบได้ไหมคือพระอะไร?
พระในบ้าน คือ พระบิดา พระมารดา ท่านอุปมาไว้ว่าบิดามารดา เป็นพระพรหม เป็นพระเทพ เป็นพระอาจารย์ เป็นพระอรหันต์ของบุตรและธิดา ลูกๆที่ให้ความเคารพสักการะบูชา เลี้ยงดูท่านให้เป็นสุข จะได้รับผล ดังนี้ ไม่ฉิบหาย ไม่ตายโหง เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดไป
- ความดังไม่คงที่ ความดีสิคงทน ความจนพอทนได้ ความตายสิแน่นอน(อย่าอยู่ด้วยความประมาท)
- นอนมาก งานน้อย มีน้อย จ่ายมากเงินหมด มีเงินหน้าสด หมดเงินหน้าเศร้า
- นอนตื่นสาย อายทำกิน หมิ่นเงินน้อย คอยวาสนา (จนตลอดวันตาย)
- จะไม่มีความยากจน อยู่ในคนขยัน ความเกียจคร้าน เป็นบ่อเกิดแห่งความฉิบหาย
- ปิดตาทั้งคู่ ปิดหูสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง นั่งอยู่สบาย หากเปิดตาทั้งคู่ เปิดหูสองข้าง ไม่ปิดปาก
เสียบ้าง จะเป็นทุกข์ตลอดวันตาย
- จงรู้แพ้ รู้ชนะ รู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน ใจท่านจะสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน ให้กำหนดรู้อารมณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น กับใจของท่านด้วยคำว่า รู้หนอ รู้หนอ รู้หนอ
เมตตาธรรมจากหลวงพ่อสมศักดิ์ กิตติธโร
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)