วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สุดขอบฟ้า

                     
                       สุดขอบฟ้านั้นไกลเกินไปถึง
                       เหมือนดังหนึ่งรักไกลใฝ่ฝันหา
                       ทรมานมิเคยสุขทุกเวลา
                       โอ้แก้วตาอยู่ไกลให้อาวรณ์
                                                                                         หวลคนึงถึงความหลังครั้งอดีต
                                                                                         อันปราณีตเตือนใจจำพร่ำสั่งสอน
                                                                                         ว่าชิวิตดำเนินไปไม่แน่นอน
                                                                                         แล้วบังอรรักฉันนั้นอย่างไร
                       มิคาดคิดวาสนาจะมาถึง
                       จิตรำพึงแต่แรกเห็นเป็นไฉน
                       ด้วยบุพเพสร้างสรรหรืออันใด
                       เราจึงได้รักตราตรึงซึ้งทรวงกัน
                                                                                         ด้วยความรักครั้งนั้นบันดาลให้
                                                                                         สองดวงใจต้องวิโยคและโศกศัลย์
                                                                                         ในวันนี้สองอุราต้องจาบัลย์
                                                                                         เพราะเรานั้นห่างไกลใจจึงตรอม
                      ประจักษ์แจ้งซึ้งใจในความรัก
                       มิชะงักฝักใฝ่จิตคิดถนอม
                       ให้ความรักเรานั้นมั่นดมดอม
                       มิจำยอมอุปสรรคแห่งรักเรา
                                                                                         แม้ยามนี้ใจคนึงคิดถึงนัก
                                                                                         สุดที่รักฉันเฝ้าคอยอย่างหงอยเหงา
                                                                                         อยากอยู่ใกล้ปลอบขวัญให้บันเทา
                                                                                         ถึงยามนั้นเราสองใจคงไม่ตรม
                       สะเทือนใจสะท้อนจิตคิดอยู่เดี่ยว
                       ให้เปล่าเปลี่ยวดวงใจไม่สุขสม
                       ช่างวาบหวิวห่วงหาในอารมณ์
                       จึงระทมทุกข์หนักรักกล้ำกลืน
                                                                                        อยู่ภายในสุดลึกห้วงดวงใจฉัน
                                                                                        จึงรำพันด้วยใจเหน็บเจ็บจวนฝืน
                                                                                        ด้วยใจรักมุ่งหวังชีพยั่งยืน
                                                                                        เป็นคู่ชื่นคู่ชีวิตนิจนิรันดร์
                       สุดขอบฟ้า...ไกลแดนแสนจะเหงา
                       เหมือนตัวเราไกลเธอละเมอฝัน
                       ห่วงคนึงคิดถึงนักยามรักกัน
                       เธอและฉัน...ใยอยู่ดุจ...สุดขอบฟ้า.
                                                                                        "ทรัพย์กวี"
                                                                                       

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ตีลัญจกร




                  คำว่า ตีลัญจกร อาจารย์ศุภชัย จารุสมบูรณ์ เป็นผู้บัญญัติขึ้น   ตี เป็นคำกริยา หมายถึง กดให้เข้ากัน ลัญจกร เป็นคำนาม หมายถึงรูปแบบ ตราที่เอาไว้ประทับ
ตีลัญจกร คือ การกด รัด ทับ เชื่อม ตรงจุดต่างๆ ในมือเราให้เกิดเป็นรูปลักษณ์ใดรูปลักษณ์หนึ่ง หรือที่เราเรียกว่า แผงวงจรอิเลกทรอนิคในร่างกาย ให้เป็นเสาอากาศรับคลื่นจากพลังธรรมชาติเข้าสู่ร่างกาย การกินน้ำ กินอาหาร ล้วนแล้วแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังชีวิต หรือที่เราเรียกว่า พลังชี่ พลังคอสมิก พลังจักรวาล ฯลฯ
วิชานี้ศาสตร์การแพทย์แผนจีน เรียกว่า เทียน ฝ่อ เจิ้น คือ หัตถ์พุทธองค์ ศาสตร์นี้สามารถทำด้วยตัวเองไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมทำได้ทุกที่ทุกเวลา จะมีการสอนหัตถ์พุทธองค์ในวิชามนตราบำบัด ที่วัดโจคัง ประเทศทิเบต นั่นคือ ตีลัญจกรซึ่งเป็นศาสตร์หนึ่ง ในวิชามนตราบำบัด มนต์ทั้งหลายในโลกนี้ แบ่งเป็น 3 อย่าง คือ

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กายบริหารแกว่งแขน

      กายบริหารแกว่งแขนนี้ เป็นการออกกำลังเพื่อบริหารร่างกายที่มีประโยชน์มากวิธีหนึ่ง หลังจากการค้นพบตำราโบราณ"ตะหมออี้จินจิน"หรือ"คัมภีร์แก้ไขเลือดลม" ของปรมาจารย์โพธิธรรม(ตะหมอ) และเผยแพร่ตำรานี้ออกมาที่มหานครเซี่ยงไฮ้ของประเทศจีน ก็มีผู้นิยมทำกายบริหารแกว่งแขนนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โรคที่ไม่มีทางรักษาหายได้โดยการแพทย์แผนปัจจุบัน ก็สามารถใช้การบริหารแบบง่ายๆนี้รักษาให้หาย ขาดได้ ซึ่งมีประสิทธิภาพเป็นที่น่าอัศจรรย์
      กายบริหารแกว่งแขนนี้ทำง่าย หัดง่ายและเป็นเร็ว มีประสิทธิภาพในการบำบัดโรคได้รวดเร็วอีกด้วย โรคเรื้อรังทุกชนิดส่วนมากก็รักษาให้หายขาดได้โดยวิธีทำกายบริหารแบบนี้ อันที่จริงการเจ็บป่วยด้วยโรคชนิดใดก็ตาม ใช่ว่าจะเรื้อรังตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเราจะต่อสู้กับโรคชนิดนั้น หรือไม่ หากเราตั้งใจเด็ดเี่ดี่ยวแน่วแน่ที่จะต่อสู้กับโรคร้ายที่เกิดขึ้น ให้ถึงที่สุดแล้วละก็ เชื่อแน่เหลือเกินว่าเราจะชนะและหายจากโรคร้ายอย่างแน่นอน
       การฝึกกายบริหารแกว่งแขนนี้ต้องยืนตรง ขาทั้งสองข้างยืดตรง เข่าไม่งอ ปลายนิ้วเท้าออกแรงจิก
ยึดอยู่กับพื้น ให้เท้าทั้งสองข้างมีระยะห่างกัน เท่ากับความกว้างของช่วงไหล่ แล้วแกว่งแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้าและข้างหลัง ขณะที่แกว่งแขนไปข้างหลังให้ออกแรงมากหน่อย แล้วใช้แรงเหวี่ยง
แกว่งแขนไปข้างหน้าโดยไม่ต้องออกแรง แขนทั้งสองข้างเหยียดตรงไม่งอ สายตามองตรงไปข้างหน้า ทำจิตใจให้เป็นสมาธิ อย่าวอกแวก ตั้งใจนับ 1 ,2,3...ไปเรื่อยๆ การฝึกครั้งแรกควรเริ่มทำตั้งแต่
200-300  ครั้งก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นตามลำดับจนถึง 1,000-2,000 ครั้ง ใช้เวลาในการบริหารประมาณครั้งละครึ่งชั่วโมง คือเช้า กลางวัน และค่ำ(แกว่ง 500 ครั้งใช้เวลาประมาณ 10 นาที)
     
เคล็ดลับ ๑๖ ประการ ของกายบริหารแกว่งแขน คือ
       ๑. ส่วนบนควรจะปล่อยให้ว่าง หมายถึง ส่วนบนของร่างกายคือศรีษะ ควรปล่อยให้ว่างเปล่า อย่า
คิดฟุ้งซ่าน ควรทำอย่างตั้งอกตั้งใจ มีสมาธิแน่วแน่
       ๒. ส่วนล่างควรจะให้แน่น หมายถึง ส่วนล่างของร่างกายใต้บั้นเอวลงไป ต้องให้ลมปราณเดินได้สะดวก เพื่อให้เกิดพลังที่สมบูรณ์ ฉนั้นคำว่า"ส่วนบนว่างส่วนล่างแน่น" จึงเป็นตัวสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารแกว่งแขน หากเวลาฝึกไม่สามารถเข้าถึงจุดนี้ ก็จะทำให้ได้ผลลดน้อยลงไปมากทีเดียว
       ๓. ศีรษะควรให้แขวนลอย หมายถึง ศีรษะของท่านจะต้องปล่อยสบายๆ ประหนึ่งแขวนลอยไว้ในอากาศ กล้ามเนื้อคอจะต้องปล่อยให้ผ่อนคลาย ไม่เกร็ง ไม่ควรโน้มไปข้างหน้าหงายไปข้างหลัง หรือเอียงไปข้างๆ
       ๔. ปากควรปล่อยให้เงียบสงบตามปกติ หมายถึง ไม่ควรหุบปาก หรืออ้าปากไปตามจังหวะที่ออกแรงแกว่งแขน ไม่ควรให้ปากอ้าตามใจชอบ ควรผ่อนคลายกล้ามเนื้อโดยหุบปากเพียงเล็กน้อย คือไม่เม้มริมฝีปากจนแน่น
       ๕. ทรวงอกเหมือนปุยฝ้าย คือกล้ามเนื้อทุกส่วนบนทรวงอก ต้องให้ผ่อนคลายตามธรรมชาติ เมื่อกล้ามเนื้อไม่เกร็งก็จะอ่อนนุ่มเหมือนปุยฝ้าย
       ๖. หลังควรยืดตรงให้ตระหง่าน หมายถึงไม่แอ่นหน้าแอ่นหลัง หรือก้มตัวจนหลังโก่ง ต้องปล่อยแผ่นหลังให้ยืดตรงตามธรรมชาติ
       ๗. บั้นเอวควรตั้งตรงเป็นแกนเพลา หมายถึง บั้นเอวต้องอยู่ในลักษณะตั้งตรงเหมือนเพลารถ
       ๘. ลำแขนควรแกว่งไกว หมายถึงแกว่งแขนทั้งสองข้างไปมา
       ๙. ข้อศอกควรปล่อยให้ลดต่ำลงตามธรรมชาติ หมายถึง ขณะที่แกว่งแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้าและข้างหลัง อย่าให้แขนแข็งทื่อ ควรให้งอศอกเล็กน้อยตามธรรมชาติ
      ๑๐.ข้อมือควรปล่อยให้หนักหน่วง หมายถึง ขณะที่แกว่งแขนทั้งสองนั้นควรผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ข้อมือ เมื่อไม่เกร็งแล้ว จะรู้สึกคล้ายมือหนักเหมือนลูกตุ้มถ่วงอยู่ปลายแขน
      ๑๑. สองมือนั้นควรพายไปตามจังหวะแกว่งแขน หมายถึง ขณะที่แกว่งแขนทำคล้ายกับท่าพายเรือ
      ๑๒.ช่วงท้องควรปล่อยตามสบาย หมายถึง เมื่อกล้ามเนื้อท้องผ่อนคลายแล้วจะรู้สึกแข็งแกร่งขึ้น
      ๑๓.ช่วงขาควรผ่อนคลาย ในขณะที่ยืนให้เท้าทั้งสองแยกห่างกันเท่ากับความกว้างช่วงไหล่
      ๑๔.บั้นท้าย(ก้น) ควรให้งอนขึ้นเล็กน้อย ระหว่างทำกายบริหารนั้นต้องหดก้น(ขมิบ)คล้ายกับยก
สูงให้หดหายไปในลำไส้
      ๑๕.ส้นเท้าควรยืนถ่วงน้ำหนักเหมือนก้อนหิน หมายถึง การยืนด้วยส้นเท้าที่มั่นคง ไม่สั่นคลอน
      ๑๖.ปลายนิ้วเท้าทั้งสองข้างต้องงอจิกแน่นกับพื้น เพื่อยึดให้มั่นคง

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ความสำเร็จ

บุคคลที่ประสบความสำเร็จ ในทุกวงการทุกสาขาอาชีพ มักจะมีการประพฤติปฎิบัติที่เป็นหัวใจใหญ่ๆ
อยู่ด้วยกัน 12 ข้อ คือ
      1. สนุกกับงานที่ทำ 
          คนเหล่านี้จะทุ่มเทเวลาในชีวิตให้กับงานมาก ดูเหมือนจะปิดเวลากับการที่จะไปสนใจอย่างอื่น
      2. มีทีท่าในทางบวกและมีความเชื่ิอมั่นมาก
          พวกเขาไม่เคยสงสัยเลยว่าพวกเขาจะล้มเหลวเมื่อจับงานอะไรมาทำ เมื่อจับงานอะไรแล้วจะ
          ยึดมั่นอย่างเต็มที่ต่อความมุ่งมั่นของตนเอง
      3. ใช้ประสบการณ์ในทางลบ
           เพื่อค้นหาความแข็งแกร่งของตนเองและนำมาใช้ประโยชน์กับงานที่ทำ
      4. เป็นนักตั้งเป้าหมายอย่างเด็ดขาดและมีระเบียบวินัย
          บุคคลเหล่านี้จะมีความคิดที่ชัดเจน ว่าเขาต้องการอะไรอย่างไรและพยายามเดินไปในทางที่ลัด
          ที่สุด เมื่อเขาได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้ว
      5. มีความซื่อสัตย์ และช่วยเหลือคนอื่นให้ประสบความสำเร็จ
      6. มีความเพียรพยายามอย่างยิ่ง
          แม้จะล้มเหลวสักกี่ครั้งก็ตาม ตัวอย่างมีให้เห็นเช่น Walt Disney ถูกปฏิเสธไอเดียของสวนสนุก
          Disneyland ถึง 302 ครั้ง, Howard Schultz เจ้าของ Starbucks ถูกธนาคารปฏิเสธ 242 ครั้ง,
          J.K.Rolling ผู้เขียนนวนิยายสุดฮิต Harry Potter ก็โดนสำนักพิมพ์ปฎิเสธนานหลายปีฯลฯ
      7. กล้าหาญที่จะเสี่ยง
          แม้จะทำอะไรผิดพลาดหรือล้มเหลว เขาไม่แยแส ไม่ท้อถอย เขาจะเสี่ยงทำต่อไปอย่างเดิม
          หรือไม่ก็อย่างอื่น ด้วยสติและจิตใจที่เข้มแข็ง
      8. พัฒนาการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น
           รวมทั้งการแก้ปัญหาต่างๆ เมื่อพบปัญหาใดๆที่แก้ไม่ได้ ก็กล้าที่จะขอคำแนะนำจากคนอื่น
      9. มักจะล้อมรอบด้วยบุคคลที่มีความสามารถ ความรับผิดชอบและการสนับสนุน
            เขาจะมีคนอื่นๆที่เขานับถือเชื่อใจ ร่วมอยู่ด้วยเสมอ
      10. คำนึงถึงสุขภาพ
             เขาจะทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ จะแยกแยะเวลาทำงาน และพักผ่อนชัดเจน
      11. เชื่อมั่นในจักรวาล ในพระเจ้า สิ่งยึดเหนี่ยวทางใจหรือบางครั้งก็โชค
             มักจะไม่ให้เครดิตตัวเอง โดยพูดว่าเกิดในสถานะการณ์ที่ถูกต้อง
      12. มีจิตใจมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคม
             แม้จะมีธุรกิจมากมาย บุคคลเหล่านี้มักจะอุทิศตัวเอง ทรัพย์สินเงินทองเพื่อช่วยเหลือสังคม
            เพื่อนฝูง คนที่ด้อยโอกาส หรือไม่ก็เข้าไปเกี่ยวพันทางการเมือง ทางวัฒนธรรมหรือวงการ
            ศิลปะ
ประการสำคัญที่สุด คือต้องมีความเชื่ออย่างแข็งขันต่อความสำเร็จ 
        โดยต้องแสดงความเชื่อมั่นทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะคิด จะพูด จะวางท่าทีหรือการประพฤติปฎิบัติ ด้วยความมั่นใจและด้วยท่าทีของผู้ประสบความสำเร็จมาแล้ว   มีความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องพบกับความสำเร็จ คิด.. ทำ.. ปฎิบัติเหมือนกับคนที่ประสบความสำเร็จ
        ดร.อาจอง ชุมสาย ได้ให้ข้อคิดไว้ในหนังสือ"แนวทางสู่ความสุข" เกี่ยวกับความสำเร็จว่า
"เราจะตั้งใจตั้งแต่วันนี้ ที่จะเดินก้าวไปข้างหน้า..สู่ความสำเร็จในชีวิต เพื่อแสวงหาความสุขในตัวเรา
สร้างความรัก ความเมตตาในตัวเรา และแผ่เมตตาให้แก่เพื่อนมนุษย์ เพื่อความสงบสุขของทุกๆคน"

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สมาธิ-kama

วันนี้ได้ไปเจอบันทึกเก่าๆของผมเอง(สมัยยังเรียนมัธยมฯประมาณ ๔๐ ปีก่อน) ที่ได้บันทึกเรื่องราว.. ข้อคิด..คติธรรม.. บทกลอนต่างๆเอาไว้มากมาย ได้อ่านแล้วหลายเรื่องเห็นว่าน่าจะเป็นสาระได้บ้าง
จึงขอนำมาแบ่งปันกันไว้ณ.ที่นี้ อาจจะอ่านเพื่อความบันเทิงหรือเพื่อความรู้ ก็เชิญตามอัธยาศัยครับ
สำหรับหัวข้อในวันนี้ก็เกี่ยวกับเรื่องการเสพ... คือ

๑. เสพสมาธิ = เป็นความสุขถาวร,บรมสุข,เป็นสุขไม่มีทุกข์เจือปน
     เสพกาม   = เป็นความสุขชั่วครั้งคราว,ไม่ถาวร,เป็นสุขที่มีทุกข์เจือปน
๒. เสพสมาธิ = ไม่เบื่อหน่าย
     เสพกาม   = บางคณะเกิดการเบื่อหน่าย
๓. เสพสมาธิ = เป็นความสุขที่ลดกิเลส
     เสพกาม   = เป็นความสุขที่เพิ่มกิเลส
๔. เสพสมาธิ = เป็นความสุขที่ลดภาระ
      เสพกาม  = เป็นความสุขที่เพิ่มภาระ
๕. เสพสมาธิ = ความสุขที่ไม่ต้องลงทุนด้วยทรัพย์สิน
     เสพกาม   = ความสุขที่ต้องลงทุนมาก จึงจะมีคู่ครองได้สมปรารถนา
๖. เสพสมาธิ = ความสุขที่ปราศจากการวิวาท
     เสพกาม   = ความสุขที่อาจเกิดการวิวาทได้ในบางขณะเพราะฝ่ายหนึ่งยังไม่พร้อมที่จะสนอง
                         จึงมีการอย่าร้างกันบ่อยๆ
๗. เสพสมาธิ = ออกจากสมาธิแล้วยังมีความสุขอีกนาน มีสุขภาพทางจิตสูง
     เสพกาม   = พ้นจากการเสพแล้ว เจือด้วยทุกข์ บางครั้งจิตใจและร่างกายทรุดโทรม
                         สุขภาพทางจิตเสื่อมโทรมลง บางคนหัวใจวายก็มี ตายทันทีก็มี
๘. เสพสมาธิ = ทำสมาธิได้ทุกเวลา หาความสุขได้ตลอดวัน
     เสพกาม   = ทำไม่ได้ทุกเวลา
๙. เสพสมาธิ = ภิกษุ ๔๐๕ รูป ประชุมสัมนาที่วัดอุโมงค์ เชียงใหม่ 
                         ท่านนั่งหาความสุขพร้อมกันในสมาธิได้
     เสพกาม   = ทำพร้อมกันจำนวนมากไม่ได้ ผิดกฏหมาย//..
     อ้างอิง// พระปัญญาคุณ ปุณณะวังโส (ช.ล.ศ.)

ความสุขสงบของครอบครัวโบราณ
              มีคู่เคล้ามีข้าวกินสิ้นความทุกข์                    เสวยสุขในมนุษย์ดุจสวรรค์
              มีลูกสืบมรดกตกเป็นธรรม์                            สืบพงศ์พันธุ์เราสุขหมดทุกข์ใจ....นิรนาม
   
บุตร   =  ผู้ชำระหัวใจพ่อแม่ให้บริสุทธิ์
โอรส =  ลูกเกิดมาจากเลือดในอกของพ่อแม่

สตฺโต วิเสโส มนุสฺโส  - มนุษย์เป็นสัตว์วิเศษสุด
วิชฺชา วิเสโส โปสัสฺส   - วิชาความรู้ทำคนให้เป็นผู้วิเศษ
ทนฺโต เสฎโฐ มนุสฺเสสุ - จำพวกมนุษย์ คนที่ฝึกฝนอบรมปรับปรุงแก้ไขตัวเองได้ เป็นยอดคน

"ถูกต้อง! ความชั่วไม่มีวันตาย...เพราะถ้าความชั่ว ตายไปจากโลกนี้
เราจะเอาอะไรมาเปรียบเทียบว่า.สิ่งนั้นคือความดีเล่า?".

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ขอวีซ่าพม่า...ไม่ยากอย่างที่คิด

         นักท่องเที่ยวชาวไทยที่จะเดินทางไปประเทศพม่า ต้องขอวีซ่าก่อนการเดินทางที่สถานทูตพม่า ซึ่งหลายท่านเป็นกังวลเกี่ยวกับการขอวีซ่าว่ามีขั้นตอนอย่างไรและจะยากหรือเปล่า? 
ตามผมมาเลยครับ............
อันดับแรก...ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ดังต่อไปนี้
1. หนังสือเดินทาง หรือ passpot ที่ยังมีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
2. สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ใบ
3. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น)
4. แบบฟอร์มการขอวีซ่าของสถานทูตพม่า ที่มี 2 หน้า ซึ่งสามารถดาวน์โหลดและพิมพ์ลงกระดาษ 
    A4 (หน้า-หลัง) ได้เลย ใช้ถ่ายสำเนาจากต้นฉบับก็ได้เหมือนกัน 


จากนั้น กรอกรายละเอียดต่างๆที่ถามอยู่ในแบบฟอร์มเป็นภาษาอังกฤษให้ครบถ้วน แล้วติดรูปถ่ายให้เรียบร้อย อีก 1 รูปใช้คลิปหนีบรวมกับสำเนาหนังสือเดินทาง และสอดไว้ในหนังสือเดินทาง จึงเป็นอันว่าเตรียมเอกสารเรียบร้อย

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อรุโณทัย

                                                 
                              ธรรมชาติดูงามตา                              รุ่งอุษากลางป่าเขา
                       พฤกษาป่าลำเนา                                เงาไม้ทาบลงกับดิน
                       แสงทองส่องหล้า                                ทั่วเวหาแนวผาหิน
                       เสียงน้ำตกไหลริน                               ยินดังแว่วแผ่วแผ่วมา
                       สกุณาร่าเริงร้อง                                  บินขึ้นสู่ท้องเวหา
                       วิหคนกนานา                                       คราพร่ำเรียกเพรียกพงไพร
                       ดวงอาทิตย์กลมโต                             โผล่ขึ้นพ้นยอดทิวไม้
                       งามยิ่งมิมีสิ่งใด                                   ไหนปานเมื่อเทียบเปรียบกัน
                       ส่องแสงสีทองทา                                 กลางพนาให้เปลี่ยนผัน
                       กลางคืนเป็นกลางวัน                          อันสดชื่นและรื่นรมย์
                       น้ำค้างดูงามตามยอดหญ้า                  วะวับตาแสนสุขสม
                       ยอดไผ่พริ้วเอนเล่นลม                        ชมธรรมชาติงามยามอรุโณทัย
                                                                                                                               
                                                                เฝ้าคอย

                                        คอยแต่เฝ้า     เฝ้าแต่คอย    ให้หงอยเหงา
                                        ช้ำใจเรา          เราใจช้ำ        พร่ำเฉลย
                                        อยู่เคียงใกล้   ใกล้เคียงอยู่   กับคู่เชย
                                        พลันห่างเลย   เลยห่างพลัน  พรากกันไกล
                                        รอคอยเจ้า       เจ้าคอยรอ     ขอใจภักดิ์
                                        คิดถึงรัก         รักถึงคิด        จิตหวั่นไหว
                                        ร้าวรานยิ่ง        ยิ่งรานร้าว      เศร้าดวงใจ
                                        รักคนไกล       ไกลคนรัก      จักเฝ้าคอย...

                                                                                            "ทรัพย์กวี"